ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โควิด -19 ออกมาเล่าถึงวิธีการรักษาว่ามันทรมานมากหากเป็นไปได้อย่าติดเชื้อ

           ผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีอาการติดเชื้อมาจากการที่ไปใช้บริการที่สนามมวยลุมพินีพร้อมกับดาราชายแมทธิวดีนนั้นได้ออกมาโพสต์ข้อความเล่าถึงวิธีการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าว่ารู้สึกทรมานมากแค่ไหนรวมถึงพูดให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความน่ากลัวของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าว่าหากติดเชื้อแล้วต้องเข้ามารักษาตัวคุณจะพบกับอะไรบ้างโดยส่วนตัวแล้วเขาแล้วเขาต้องกินยาทั้งยาต้านเชื้อเอดส์รวมถึงยาต้านเชื้อโรคไข้มาเลเรียซึ่งเมื่อกินเท่าใดก็จะมีอาการอาเจียนและเวียนศีรษะทุกทีโดยทุกวันนี้ก็ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลยโดยผู้ที่มาโพสต์ข้อความดังกล่าวนี้คือมิสเตอร์ป๋อง

ซึ่งเขาคือหนึ่งในคนที่อยู่ในวันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่สนามมวยลุมพินีโดยเขาเป็นพิธีกรอยู่บนเวทียืนคู่กับดาราชายที่ชื่อแมทธิวดีนซึ่งมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าไปก่อนหน้านั้นแล้วและขณะนี้ก็ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโดยยังไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางหรือว่ามิสเตอร์ป๋องเองต่างก็เป็นบุคคลที่ร่างกายแข็งแรงแต่ก็ยังสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรนาและอาการรุนแรงถึงต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยการดูแลของทางคุณหมอและพยาบาลนั้นได้ให้ยาอาการเชื้อไวรัสเอดส์รวมถึงยาต้านเชื้อไวรัสมาเลเรียเพื่อเป็นการให้ซื้อยาแล้วนั้นเข้าไปทำลายเชื้อโรคโดยมิสเตอร์ป๋องเล่าว่าหลังจากที่กลับมาจากสนามมวยเขาไม่ได้มีอาการอะไรเลย แต่หลังจากที่หลายคนที่ไปสนามมวยลุมพินีเริ่มมีการออกมาบอกว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเขาจะมีการไปตรวจที่โรงพยาบาลและพบว่าตนเอง

ก็มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเช่นเดียวกันซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ได้รับการรักษาและเป็นคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาลโดยตอนนี้เขามีการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 12 วันแล้วล่าสุดอาการของเขาตอนนี้ในเรื่องของการเจ็บคอหรือการปวดเมื่อยเนื้อตัวไม่มีแล้วแต่ยังมีการตอบสนองของการต้องกินยาต้านเชื้อไวรัสซึ่งมักจะต้องอาเจียนออกมาทุกครั้งแล้วมันเป็นเรื่องที่ทรมานมากสำหรับเขา

เขาจึงได้ทำการอัดคลิปเพื่อบอกกล่าวให้ประชาชนโดยทั่วไปทราบถึงขั้นตอนการรักษาว่าเป็นแบบไหนบ้างและมันทรมานมากแค่ไหนดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรน่าเพราะถ้าหากว่าเป็นขึ้นมาแล้วมันทรมานอย่างมากกว่าจะรักษาหายต้องทนอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายวันและต้องห่างไกลจากครอบครัวแถมยังต้องเสียเงินในการรักษาอีกเป็นจำนวนมากซึ่งในขณะนี้ทางของเอง

ยังไม่ทราบค่ารักษาที่แน่นอนว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่แต่เบื้องต้นมีการแจ้งเข้ามาว่าทางรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้แล้วถึงแม้ทางรัฐบาลไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้ทางวิศวกรเองก็มีประกันคุ้มครองอยู่ดังนั้นทางพิสูจน์ของเองจึงอยากจะให้ทุกคนดูแลตัวเองตามนโยบายที่รัฐบาลได้มีการประกาศออกมาเพื่อที่เชื้อโรคจะได้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็วและประชาชนจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้สักที

 

 

ขอบคุณ  ทางเข้า ufabet มือถือ  ที่ให้การสนับสนุน

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าพิศวงมากๆ สำหรับคำว่ากาแฟขี้ชะมดนี้ บอกตามตรง ครั้งแรกที่ได้ยินก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันคือขี้จริงๆ นึกว่าเป็นประมาณว่ารูปร่างเหมือนก็ขี้ของชะมดเลยตั้งชื่อแบบนี้ แต่พอได้ทราบความจริงที่ว่ามันคือขี้ชะมดจริงๆแล้ว ก็ต้องอึ้งไปเลย แล้วมันจะอร่อยยังไงวะ ขี้เนี่ยนะ เอาจริงๆ ผมก็ยังไม่เคยได้มีบุญกินเจ้ากาแฟสุดแสนจะแพงชนิดนี้เลย

เคยมีคนบอกมาว่า ชะมดนั้นจะกินมะเมล็ดกาแฟที่เป็นผลสดๆเข้าไป เพื่อเป็นยา แล้วก็จะมีการดูดซึมอะไรสักอย่างในกระเพาะและลำไส้ของมัน แล้วจึงอึออกมาเป็นเมล็ดแบบนี้เลย แล้วก็นำไปล้างให้สะอาดเพื่อล้างขี้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป แล้วจึงกลายเป็นเมล็ดที่นำไปคั่วได้ แต่อยากจะบอกว่าบางคนเขาเอาไปทำโดยไม่ล้างก็มีนะ

โอ้ย ทำได้ไง กินขี้เลยนะนั้น ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจอีกว่า ทำไมมันต้องแพงขนาดนั้นด้วย แก้วนึงอย่างต่ำๆก็เป็นพันเลยนะ แล้วถ้าเป็นแบบคุณภาพดีๆหายากๆแล้วละก็ แก้วถึงสามพันยังมีเลย โหดแท้หนอ ดื่มน้ำขี้ด้วยราคาสามพัน แต่ก็คงมีเหตุผลแหละ ผมนั้นไม่ใช่นักดื่มกาแฟที่จะต้องได้กาแฟที่หอมและดีที่สุดสักหน่อย แค่ดื่มเพื่อให้ร่างกายกระชุมกระชวยเท่านั้น แล้วก็จะรับไม่ได้กับกาแฟที่กินแล้วหยี แค่นั้นแหละ

เข้าประเด็ดที่เราจะพูดถึงกันดีกว่า เจ้ากาแฟนนี้ มาได้ทราบภายหลังในความแพงของมัน ก็คือ มันหายากมากๆถ้าจากธรรมชาตินะ เพราเจ้าชะมดนั้นจะไม่ค่อยกินบ่อยๆ มันจะกินแค่ในบางครั้งเท่านั้น แล้วก็อึออกมาเพียงนิดเดียวต่อปี ทำให้หาตามธรรมชาติแสนจะยาก แต่แล้วเหล่าฟาร์มหัวใส ก็ง่ายๆเลย

จับชะมดมาขังไว้ แล้วก็ใส่อาหารให้กินแต่เพียงเมล็ดกาแฟสดเพียงแค่นั้น ซึ่งมันก็จะต้องกินถึงแม้มันจะไม่อยากกิน อย่าหลงเข้าใจผิดว่าเมล็ดกาแฟจะเป็นเพียงอาหารเดียวของมันสิ มันต้องกินอะไรอื่นๆอีกด้วย แล้วนั้นก็กลายเป็นการทรมานมันอย่างมากเลยทีเดียว

เพราะว่าการที่มันถูกขังกรง แล้วถูกให้กินเพียงอย่างเดียวแบบนี้ ทำให้มันกลายเป็นชะมดที่มีแต่ความเครียดยังไงล่ะ ต้องถือเป็นการทารุณสัตว์เลยทีเดียว แล้วในบางประเทศก็ได้มีการเปิดเป็นฟาร์มที่ให้คนเข้ามาเที่ยวได้ด้วย มาดูชะมดเครียดๆพร้อมกับดืมการแฟจากขี้ของมัน ฟังดูแล้วไม่น่าพิศมัยเอาซะเลยนะ

 

ขอขอบคุณ  Gclub ดาวน์โหลด  ที่ให้การสนับสนุน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา

มีข่าวลือว่าสหรัฐอเมริกาได้สร้างไวรัสสายพันใหม่ขึ้นมาโดยในการพูดถึงในครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยเครือข่ายโทรทัศน์ระดับชาติของรัฐเซียในช่องชาแนลวันระหว่างการออกอากาสข่าวสดในรายการข่าวภาคค่ำโดยผู้ที่นำเสนอข่าวได้กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มีการสร้างไว้รัส โควิด-19ขึ้นมาโดยมีหน่วยงานข่าวกรองหรือไม่ก็อาจจะเป็นบริษัทเวชพันธุ์ของสหรัฐอเมริกาได้เป็นผู้ที่อยู่เบี้ยงหลังและได้มีการทดลองในจอร์เจียโดยที่มีเป้าหมายที่จำทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศจีนที่กำลังเติบโตในขณะนั้นเพื่อลดความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศลงอีกทั้งผู้ที่นำเสนอข่าวเสริมขึ้นมาอีกว่ารัฐบาลของสหรัฐอเมริกาอาจจะสร้างไวรัสโควิด-19ขึ้นมา

เพื่อที่จะทำกำไรเพื่อในการก่อสร้างวัคซีนขึ้นมาและจากนั้นก็จะได้ขายวัคซีนให้กับทางรัฐบาลประเทศจีนนอกจากนี้ผู้ที่นำเสนอข่าวยังได้พูดถึงชื่อโคโรน่าของไวรัสว่าคำว่า โคโรน่า เป็นแปลว่า มงกุฏ ถูกต้องตามมงกุฏตามในรัสเซียและรัสตินในขณะที่เราทุกคนนั้นได้รู้ว่าประธานาธิบดี Donaod Trumpได้เคยเป็นประธานในการประกวดนางงาม

และได้ส่งมงกุฏให้แก่ผู้ที่ชนะแต่ผู้นำเสนอกล่วงว่านี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ที่ไวรัสนั้นได้ถูกตั้งชื่อตามมาจากมงกุฏและสิ่งเหล่านี้ก็ยังบอกใบ้อีกว่าประธานาธิบดีDonaod Trumpก็ได้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้แต่เนื่องในขณะเดียวกันนั้นนักทางวิทยาศาสตร์นั้นต่างก็ได้ออกมาี่จะมาโต้แย้งอีกว่าพวกเขานั้นได้เป็นตัวตั้งชื่อของไวรัสในตามรูปร่างของมันที่จะมองดูแล้วมันจะดูแล้วจะคล้ายๆกับมงกุฏ

บิล เกตส์(Bill Gates)

ไวรัสที่อันตรายสามารถกลายไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่สำหรับหน่วยงานวิจัยรวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ย่านเภสัชกรรมที่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้และหากว่าคุณกำลังสงสัยว่าบิล เกตส์(Bill Gates)ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไรเราจะต้องย้อนกลับไปในเดือยตุลาคมปี2019ซึ่งในเดือนนั้นมูลนิธิเมนิดาเกตของเขาก็ได้ร่วมมือกับสภาเศรษฐกิจโลก

และศูนย์ความปลอดภัยด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยJOHNS HOPKINSเพื่อทำการทดสอบว่าเราพร้อมที่จะรับมือกับโรคที่ระบาดแล้วจากนั้นในอีกสองเดือนต่อมาไวรัสCOVID-19ก็ได้เกิดขึ้นนักทฤษฏีได้สมคบคิดว่าโครงการดังกล่างเป็นต้นตอที่นำไปสู่การเผยระบายของไวรัสซึ่งทั้งสามองค์กรนั้นได้วางแผนมาตลอด

ในขณะเดียวกันศูนย์ความปลอดภัยด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยJOHNS HOPKINSได้ปฏิเสธความเชื่อมโยงใดๆทั้งในเรื่องการทดลองและในการระบายของไวรัสโควิด19นักทฤษฏีสมคบคิดได้มีการสนับสนุนทฤษฏีของพวกเขาด้วยความจริง