ที่อาคารที่พักแห่งหนึ่งกำหนดได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุการณ์ฆาตกรรมการเกิดขึ้นและยังลามไปถึงการทำไฟไหม้ที่พักอาศัย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เดินทางมาถึงและช่วยกันดับไฟและนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลต่อมาจะมีการสอบสวนหาสาเหตุของการเปิดเผยหรือไม่ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่าเพลิงไม่มีการเผาไม่ที่ห้องห้องหนึ่งที่บริเวณชั้นสามของตัวอาคารโดยมีประชาชนคอยให้ปากคำอยู่คณะเต็มมากมายซึ่งหลายคนให้ข้อมูลว่าได้มีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งมีเรื่องไม่เข้าใจและเกิดการทะเลาะวิวาทกันซึ่งตอนแรกมีการทะเลาะกันอยู่ด้านล่างของตัวอาคารห้องพักระหว่างที่มีการทะเลาะกัน นั้นฝ่ายผู้ชายได้นำอาวุธมีดที่มีอยู่แทงผู้หญิงจนได้รับบาดเจ็บ

ซึ่งผู้ชายแทงเข้าที่แขนข้างซ้ายของผู้หญิงและเมื่อแทนผู้หญิงเสร็จเรียบร้อยแล้วตัวผู้ชายเองก็เดินขึ้นไปบนชั้นบนของห้องพักโดยไม่สนใจดูผู้หญิงเลยและเมื่อขึ้นห้องไปแล้วฝ่ายชายก็ทำการล็อกประตูห้องหลังจากนั้นก็เหมือนจะจุดไฟเผาห้องซึ่งส่งผลให้ไฟเผาไม่เสื้อผ้าภายในห้องแล้วกลายเป็นลุกลามเผาไม่ไปทำห้อง  ซึ่งผลจากการจุดไฟเผาห้องในครั้งนี้ไฟได้ลุกลามไหม้ฝ่ายชายที่เป็นคนจุดไฟเองด้วยยังมีผลให้ฝ่ายชายถูกไฟครอกจนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องและนอกจากนี้ควันไฟยังมีผลกระทบกับผู้อาศัยที่อยู่ในอาคารเดียวกันกับผู้ก่อเหตุซึ่งมีผู้หญิงสองคนและผู้ชายหนึ่งคนรวมทั้งสิ้น

เป็นสามคนเด็กสำลักควันไฟซึ่งได้รับการตรวจสอบและรักษาเรียบร้อยแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวหญิงสาวไปทำการรักษาแผลและนำไปสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุในการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อไปอันที่จริงเวลาแฟนกันทะเลาะกันควรจะพูดกันดีดีไม่ใช่อีกฝ่ายต้องเอามีดมาทำอะไรกันหรือก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเอง

เพราะเชื่อว่าเมื่อต่างฝ่ายต่างอารมณ์เย็นลงก็น่าจะสามารถกลับมาพูดคุยกันได้แต่ถ้าหากอารมณ์ร้อนและเพอร์ไปทำสีสิ่งที่ไม่สมควรทำลงไปแล้วมันจะไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีกดังเช่นคู่สามีภรรยาคู่นี้ที่ใช้อารมณ์ในการคุยกันจนทำให้เกิดเรื่องบานปลายดูผู้หญิงก็เจ็บหนักเพราะถูกแทงส่วนผู้ชายก็ต้องขนาดถึงกลับเสียชีวิตและเชื่อถือว่าในตอนนี้เมื่ออารมณ์เย็นขึ้นกัน

แล้วฝ่ายหญิงเองก็จะเสียใจที่ตอนนี้สามีของเธอได้จากไปแล้วหวังว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายหลายคนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันควรจะพูดจากันดีดีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ไป    

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี