อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่าในหมู่บ้านแห่งหนึ่งพบเด็กชายวัย 14 ปีผูกคอตายใต้ต้นว่าซึ่งต้นไม้นี้อยู่ห่างจากบ้านพักของเด็กชายเองเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้นโดยเมื่อเดินทางไปถึงก็พบว่าเด็กชายเสียชีวิตมาแล้วน่าจะประมาณ 3-4 ชั่วโมงซึ่งทางพ่อและแม่ของเด็กชายต่างก็เสียใจและร่ำไห้กันเป็นอย่างมากโดยทางแม่ของเด็กชายเล่าให้นักข่าวพระเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าเด็กชายเป็นโรคสมาธิสั้นมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

แต่ก็มีการรักษามาโดยตลอดโดยจะไปรับยามาจากโรงพยาบาลมากินเด็กชายเองก็กินยาไม่ได้ขาดและตัวลูกชายเองนั้นถึงแม้จะเป็นโรคสมาธิสั้นแต่ก็มีอารมณ์ร่าเริงปกติไม่เคยมีความเครียดอะไรและตัวลูกชายเองก็ไม่เคยมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังซึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุพบศพลูกชายนั้นตนเองเห็นว่าลูกชายมีการแต่งตัวหล่อจึงได้มีการทักไปโดยลูกชายก็ยังยิ้มและหัวเราะและหยอกล้อเล่นกับแม่ตามปกติไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะมีอาการเครียดแต่อย่างใด

ซึ่งตัวแม่นั้นไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูกรวมถึงชาวบ้านเองต่างก็พากันวิจารณ์การผูกคอตายของเด็กชายในครั้งนี้ว่าอาจจะเป็นเพราะเด็กชายทำเล่นๆเรียนแบบการดูทางทีวีแล้วไปเผลอผูกคอตายจริงๆขึ้นมาเพราะว่าหลายคนต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าเด็กชายวัย 14 ปีเป็นเด็กร่าเริงไม่ได้เป็นเด็กที่คิดมากหรือเกเรแต่อย่างใด

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองหลังจากที่มีการตรวจสอบบริเวณที่พบศพแล้วก็ไม่พบข้อพิรุธใดๆว่าจะเป็นการฆาตกรรมเนื่องจากไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ลักษณะของศพก็เป็นลักษณะของคนแขวนคอตายปกติทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำส่งให้กับทางมูลนิธิไปตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลก่อนที่ทางพ่อและแม่ของเด็กจะนำศพของเด็กมาบำเพ็ญกุศลต่อไป

      สำหรับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นนั้นถ้าไม่มีความเครียดอะไรก็ไม่น่าจะมีสาเหตุจนถึงต้องฆ่าตัวตายแล้วเด็กชายอายุ 14 ปีแล้วน่าจะมีความคิดบ้างว่าการผูกคอตายนั้นอันตรายจึงยังไม่ควรตัดประเด็นเกี่ยวกับการฆาตกรรมทิ้งไปเพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าเด็กชายอาจจะออกมาเล่นกับเพื่อนแล้วอาจจะมีการท้าทายกันเกิดขึ้น

โดยอาจจะถูกเพื่อนท้าให้ลองผูกคอแล้วส่งผลทำให้เกิดเสียชีวิตดังกล่าว เพราะถ้าเด็กเล่นคนเดียวแต่งตัวเราออกจากบ้านไม่น่าจะมาเล่นผูกคอตายและเดินทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะมีการตรวจสอบหาสาเหตุให้ได้ว่าเด็กผูกคอตายเนื่องจากสาเหตุอะไร

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ มือถือ