เกิดเหตุการณ์คลื่นที่จังหวัดสมุทรปราการโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์เมื่อมีคลิปจากกล้องวงจรปิดของโรงงานแห่งหนึ่งได้ออกมาโพสต์เหตุการณ์ที่คนงานนั้นถูกเหล็กร่วงทับใส่ซึ่งเหล็กดังกล่าวนั้นหนักถึง 3 ตันซึ่งเหตุการณ์ที่มีการพบกันนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563 โดยโรงงานแห่งนี้อยู่ที่บริเวณแถวย่านบางแก้วเป็นโรงงานที่ทำเกี่ยวกับเหล็กโดยตรง

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าพนักงานคนหนึ่งกำลังทำงานตามปกติของเขาเองแต่อยู่ดีๆเหล็กซึ่งเป็นเหล็กม้วนซึ่งมีการวางไว้อยู่บริเวณข้างกำแพงถ้าเกิดล้มลงมาทำให้พนักงานที่ทำงานอยู่ตรงบริเวณดังกล่าวนั้นได้รับบาดเจ็บโดยเหล็กมีความหนักมากกว่า 3 ตันและหลังจากที่เหตุการณ์เหล็กม้วนลงมาทับคนงานจะได้รับบาดเจ็บนั้น

ก็มีคนประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อนำร่างคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแต่ปรากฏว่าเมื่อกู้ภัยมาถึงนั้นคนงานคนดังกล่าวก็เสียชีวิตไปแล้วเนื่องจากว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสและจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นทำให้พบว่าร่างกายของคนงานนั้นกระดูกหักหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นขาและลำตัวรวมถึงบริเวณสะโพก

       สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวโซเชียลที่ได้เห็นรูปภาพในคลิปต่างก็แสดงความเสียใจกับคนที่เกิดอุบัติเหตุเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครตั้งใจทำให้เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นที่โรงงานนั้นมีมาตรฐานความปลอดภัยในการจัดเก็บเหล็กที่ไม่ดีอีกครั้งถ้าดูจากไทม์ไลน์ในกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่าคนงานถูกเหล็กทับไปหลายนาทีกว่าที่จะมีเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือซึ่งระหว่างนั้นคนงานน่าเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมากและหลายคนมองว่าหากมีระบบความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเร็วกว่านี้ไม่แน่ว่าคนงานชายดังกล่าวนั้นอาจจะไม่เสียชีวิตก็ได้

          สำหรับอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลาดังนั้นการทำงานไม่ว่าจะเป็นงานที่ไหนโรงงานอะไรก็มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้นผู้ที่ทำงานจึงควรระมัดระวังในการทำงานทุกครั้งเพราะเหตุการณ์ที่คนงานได้รับอันตรายจากอุปกรณ์ภายในโรงงานนั้นมีออกมาค่อนข้างบ่อยซึ่งบางครั้งก็เกิดจากที่ตัวคนงานเองที่ไม่ระวัง และประมาทจนเกินไปทำให้เกิดอันตรายกับตนเอง

แต่บางครั้งก็อาจเกิดจากอุปกรณ์ภายในโรงงานนั้นเกิดความชำรุดหรือโรงงานไม่มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่ดีดังนั้นไม่ว่าจะเกิดจากกรณีไหนทางด้านโรงงานและคนงานก็ควรจะต้องมีการ ดูแลความปลอดภัยภายในโรงงานให้ดีโรงงานเองก็ควรจะมีการตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและควรจะมีการปฐมพยาบาลฉุกเฉินเอาไว้กรณีที่เผื่อว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในโรงงานจะได้มีการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น

ก่อนที่จะส่งถึงมือหมอและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตให้กับคนที่ประสบอุบัติเหตุได้ด้วยส่วนคนงานเองก็ควรจะต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและไม่ประมาททุกครั้งที่มีการเข้ามาทำงานตรงจุดที่มีความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

 

สนับสนุนโดย  ae บาคาร่า

         เกิดเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจเกิดขึ้น กับหญิงชราคนหนึ่งอายุ 63 ปี  ซึ่งในหญิงชราคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงแล้วแต่เหตุการณ์น่าประทับใจนั้นได้มีการส่งต่อมาจากลูกหลานของเธอที่ได้เล่าให้กับผู้สื่อข่าวได้ฟัง  โดยหญิงชราซึ่งเป็นผู้สร้างความประทับใจนั้นเป็นคนจังหวัดสมุทรปราการอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลในคลองบางปลากด  โดยเหตุการณ์ที่น่าประทับใจนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่หญิงชราวัย 63 ปีเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ 

      ซึ่งในงานศพของหญิงชราวัย 63 ปีนั้นญาติพี่น้องของหญิงชราได้มีการขนทั้งพัดลม  หม้อหุงข้าว  เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นเตารีดหรือแม้แต่กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้าอีกทั้งยังมีพวกช้อนและผ้าขนหนูผ้าเช็ดหน้าและข้าวของอื่นๆอีกมากมายนับรวมแล้วมากกว่า 1000 ชิ้นมาไว้ที่ศาลาสวดศพรวมถึงยังมีเงินอีกจำนวน 20,000 บาทด้วย

      โดยครอบครัวของหญิงชราที่เสียชีวิตบอกว่าข้าวของเหล่านี้ที่ขนมาไว้ที่ศาลาสวดศพนั้นเป็นข้าวของที่หญิงชราได้มีการสะสมเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตโดยเริ่มต้นสะสมมาตั้งแต่ปีพศ 2543 ซึ่งถ้านับจนถึงปัจจุบันนี้ในวันที่เสียชีวิตก็เป็นระยะเวลาประมาณ 20 ปีแล้ว  ส่วนสาเหตุที่หญิงชราสะสมข้าวของต่างๆเหล่านี้ก็เพื่อต้องการที่จะเอาไว้มาเป็นของชำร่วยในงานศพของตนเองซึ่งเธอต้องการที่จะนำเข้าของเหล่านี้ไปบริจาคให้กับผู้ที่ยากไร้เพื่อเป็นการทำบุญให้กับศพของตนเอง

       โดยหญิงชรานั้นมีการสะสมข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้มาตั้งแต่เริ่มรู้ตัวว่าตนเองป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ซึ่งเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ดังนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อมีเงินรายได้เข้ามาหญิงชราก็จะแบ่งซื้อข้าวของเครื่องใช้เก็บสะสมเอาไว้เมื่อเอาไว้บริจาคในช่วงบั้นปลายชีวิตของเธอนั้นเอง 

       ทางด้านญาติของหญิงชราได้บอกว่าหลังจากที่มีการเผาศพเรียบร้อยแล้วจะนำพัดลมและข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ไปบริจาคตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นศูนย์เด็กเล็กหรือโรงพยาบาลหรือตามจุดต่างๆที่ขาดแคลนเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับหญิงชราที่เสียชีวิตไป

       นับได้ว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเองและเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมากเพราะยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ยังขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคนที่ยากไร้  และคนจนทั้งหลาย  ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าผลบุญนี้จะส่งผลให้ผู้ที่เสียชีวิตนั้นมีความสุขสมหวังที่มีการตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ae บาคาร่า

 ชาวบ้านจังหวัดอุดรรวมตัวกับนักเรียนขับไล่โรงงานการผลิตยางมะตอยเพราะส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง

         ที่จังหวัดอุดรธานีได้เกิดเหตุการณ์ชาวบ้านรวมถึงนักเรียนนักศึกษาต่างพากันมารวมตัวประท้วงอยู่ตรงบริเวณหน้าโรงงานการผลิตยางมะตอย  ซึ่งงานดังกล่าวนั้นแต่เดิมแล้วก็มีการตั้งโรงงานไว้ตรงบริเวณริมถนนมิตรภาพแห่งนี้มานานหลายปีแล้วแต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร   มามีปัญหาในช่วงเวลานี้เนื่องจากว่าทางโรงงานนั้นต้องเร่งผลิตยางมะตอยโดยมีการผลิตยางมะตอยนั้นตลอดทั้งวันทั้งคืนทำให้กลิ่นเหม็นของยางมะตอยนั้นส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงออกไป

      อีกทั้งชาวบ้านยังบอกอีกด้วยว่า โรงงานดังกล่าวนั้นได้มีการนำรถบรรทุกมาจอดไว้บริเวณริมถนนซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและนักเรียนนักศึกษาที่ต้องเดินทางผ่านถนนเส้นนี้เป็นอย่างมากเพราะมีเบอร์รถบรรทุกเป็นจำนวนมากมาจอดยึดพื้นที่บนท้องถนนเอาไว้ทำให้การจราจรนั้นค่อนข้างที่จะมีปัญหาอีกทั้งกลิ่นเหม็นที่ทางโรงงานส่งออกมานั้นก็รุนแรงจนเด็กนักเรียนรวมถึงชาวบ้านไม่สามารถที่จะทนดมกลิ่นเหม็นนี้ไว้ได้เนื่องจากว่าเกรงจะมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของคนในชุมชน

    ดังนั้นพังชาวบ้านและเด็กนักเรียนนักศึกษาทุกคนจึงได้มีการมารวมตัวกันที่กุมภวาปีเพื่อทำการประท้วงโรงงานดังกล่าวให้หยุดการผลิตยางมะตอย  อย่างไรก็ตามแต่หลังจากที่มีการยืนประท้วงกันมาอย่างยาวนานก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้สักที

    จนในที่สุดทางด้านเทศบาลก็ได้ออกมาเป็นตัวแทนของชาวบ้านและนักเรียนนักศึกษาออกไปพูดคุยกับทางโรงงานซึ่งท้ายที่สุดแล้วทางด้านเทศบาลก็มีการสั่งให้ทางโรงงานนั้นมีการหยุดการผลิตยางมะตอยเป็นการชั่วคราวไปก่อนโดยให้ทางโรงงานนั้นมีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตยางมะตอยให้ไม่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านโดยทางเทศบาลมีการประกาศให้โรงงานหยุดประมาณ 15 วัน 

ซึ่งทางโรงงานรับทราบและดำเนินการให้อยู่แต่ชาวบ้านที่มาประท้วงนั้นไม่อยากที่จะให้โรงงานนั้นเพียงแค่มีการปรับปรุงเท่านั้นแต่พวกเขาต้องการให้ทางโรงงานนั้นย้ายโรงงานไปผลิตยางมะตอยที่อื่น เนื่องจากว่าชาวบ้านบอกว่าพวกเขาต้องทนปัญหากลิ่นเหม็นของยางมะตอยมาแล้วหลายปีดังนั้นจึงอยากให้ทางโรงงานนั้นย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่ใช่เพียงแค่หยุดปรับปรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

       แต่อย่างไรก็ตามแต่สุดท้ายแล้วทางด้านชาวบ้านที่มารวมตัวกันต่างก็แยกย้ายกันไปหลังจากที่มีการประท้วงกันมาจนถึงช่วงประมาณเที่ยงวันโดยตัวแทนของชาวบ้านได้ระบุว่าพวกเขาจะให้โอกาสโรงงานในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและอีก 15 วัน

พวกเขาจะมาดูอีกทีนึงว่าหลังจากที่ให้หยุดปรับปรุงแล้วโรงงานสามารถดำเนินการปรับปรุงได้หรือไม่เพราะถ้าหากปรับปรุงไม่ได้ชาวบ้านก็ยังจะยืนยันว่าพวกเขาจะต้องมีการย้ายโรงงานไปอยู่ที่อื่นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    gclub สมัครสมาชิก

สาววัย 18 ปีถูกแฟนหนุ่มบังคับให้ขายตัวแบบสวิงกิ้ง พ่อแม่เห็นผ่านทวิสเตอร์ แจ้งความดำเนินคดีทันที

         เมื่อวันที่ 13 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาชายคนหนึ่งอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้นโดยใช้คนดังกล่าวนั้นถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์  

   โดยเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ปกครองรายหนึ่งได้ไปใช้งาน Twitter และพบภาพลามกอนาจารที่มีการแชร์กันในทวิตเตอร์ซึ่งเมื่อเข้าไปดูพบว่าหญิงสาวที่อยู่ในภาพลามกอนาจารนั้นเป็นลูกสาวของตนเองซึ่งภาพดังกล่าวนั้นมีผู้หญิง 1 คนและผู้ชายหลายคนกำลังมีเพศสัมพันธ์กัน

      หลังจากที่พวกเขาเห็นลูกสาวของตนเองอยู่ในภาพก็ได้มีการไปพูดคุยกับลูกสาวจนได้ความว่าลูกสาวของเขานั้นถูกแฟนหนุ่มซึ่งอายุ 21 ปีชื่อว่านายณัฐพัชร์หรือชื่อเล่นว่าเอ็ม บังคับให้ไปขายบริการ  โดยเด็กสาวมีอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้นได้เล่าให้ถูกคอมของตนเองฟังว่า    เธอได้รู้จักกับนายเอ็มและเป็นแฟนกันมานาน 1 ปีซึ่งขณะที่เป็นแฟนกันน้ำได้มีเพศสัมพันธ์กันและนายเอ็มได้ใช้มือถือแอบถ่ายขณะมีเพศสัมพันธ์กันหลังจากนั้นในเอ็มได้นำคลิปวีดีโอของเธอมาทำการข่มขู่บังคับให้เธอนั้น

ไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นแบบขายบริการโดยให้ขายบริการแบบสวิงกิ้งหลังจากนั้นนายเอ็มก็นำคลิปดังกล่าวนั้นไปเผยแพร่ผ่านทาง facebook และ Twitter โดยเรียกเก็บค่าเข้าชมคนละ 600 บาทซึ่งถ้าหากเธอไม่ทำนายเอ็มก็จะทำร้ายร่างกายตบตีเธอรวมถึงขู่ว่าจะเอาภาพถ่ายของเธอนั้นไปเผยแพร่ให้กับคนอื่นได้ดูทำให้เธอรู้สึกกลัวจึงจำเป็นต้องทำตามที่นายเอ็มออกคำสั่งในที่สุดพ่อแม่ของเธอก็ไม่เห็นภาพดังกล่าวนั้นเอง

       หลังจากที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 18 ปีรับรู้เรื่องราวจึงได้เข้าร้องเรียนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตามจับกุมตัวใน mv ดำเนินคดีซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดตามหาหลักฐานจนในที่สุดก็พบว่าในเอ็มแอบหนีมาอยู่ที่จังหวัดพิจิตร  และมาบวชเป็นพระอยู่ที่นี่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมตัวนายเอ็มเพื่อจะพาไปดำเนินคดีตามกฎหมายและได้ทำการให้นายเอ็มนั้นจากการเป็นพระ       

      สำหรับเรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้เด็กสาวหลายๆคนที่คิดจะมีแฟนในช่วงวัยรุ่นให้ดูพฤติกรรมของผู้ชายให้ดีก่อนที่จะคบหาเป็นแฟนกันเพราะว่าไม่แน่อาจจะถูกหลอกลวงให้มากระทำการขายตัวแบบหญิงสาวคนดังกล่าวก็เป็นไปได้หรือถ้าหากเป็นแฟนไปแล้วเพิ่งจะมาสอบพฤติกรรมที่บังคับให้มีการขายตัวควรปรึกษาพ่อแม่และคนในครอบครัว  เพื่อให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนไม่ควรหวาดกลัวการข่มขู่เพราะไม่เช่นนั้นก็จะถูกบังคับให้ไปขายตัวแบบนี้อยู่เรื่อยๆ 

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่า บิกินี่

          เมื่อวันที่ 20 เดือนตุลาคมปีพศ2563 เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองได้มีการเข้าควบคุมตัวผู้ชายคนหนึ่งขณะอยู่ที่สนามบินกันอนุรักษ์ของประเทศอินเดีย  โดยชายคนที่ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเข้าไปควบคุมตัวนั้นเป็นชายชาวอินเดียซึ่งเขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และพึ่งเดินทางลงเครื่องมาถึงสนามบินของอินเดียได้ไม่นานยังไม่ทันที่จะทำเรื่องออกจากสนามบินก็ถูกเจ้าหน้าที่ของสนามบินควบคุมตัวเป็นที่เรียบร้อย

         การรายงานข่าวมีการระบุว่าสาเหตุที่ชายอินเดียคนดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวทันทีหลังจากที่ลงจากเครื่องบินนั่นก็เพราะว่าเจ้าหน้าที่ภายในสนามบินได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองทางอากาศว่าจะมีชายคนหนึ่งมีการซุกซ่อนทองคำเข้ามาภายในประเทศอินเดียโดยที่ไม่ยอมเสียภาษีและได้มีการชี้ตัวชายคนดังกล่าวซึ่งมีลักษณะการเดินที่มีความผิดปกติไม่เหมือนกับคนอื่นทั่วไป

         เมื่อเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าจับกุมและมีการค้นตัวอย่างละเอียดรวมถึงการนำชายอินเดียคนดังกล่าวไปทำการเอกซเรย์ก็พบว่าชายคนดังกล่าวมีการนำทองคำแท่งยัดเข้าไปในก้นของตนเองเพื่ออำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่นั้นสามารถมองเห็นทองคำได้โดยลักษณะของทองคำนั้นมีการถูกทำให้แบนแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่นำทองคำนั้นมาชั่งน้ำหนักผลปรากฏว่าทองคำมันดังกล่าวที่ถูกลักลอบนำเข้ามานั้นมีน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว

          สำหรับกฎหมายของประเทศอินเดียนั้นการที่คนอินเดียเมื่อเดินทางไปต่างประเทศแล้วจะนำทองคำเข้ามาในประเทศอินเดียนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใดแต่เมื่อใดก็ตามที่ไกลนำทองคำเข้าอินเดียคุณจะต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลด้วยโดยค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเสียนั้นจะอยู่ที่ 18 เปอร์เซ็นต์จึงทำให้หลายคนในประเทศอินเดียเมื่อเดินทางไปต่างประเทศแล้ว

มักจะมีการขนทองคำกับมาแต่จะใช้วิธีการซ่อนไม่ให้ทางเจ้าหน้าที่จับกุมได้เพราะยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไปนั้นเป็นยอดที่ค่อนข้างสูงมากจึงไม่ค่อยมีใครอยากจะเสียภาษีให้กับรัฐบาลนั้นเอง

           อย่างไรก็ตามแต่เหตุการณ์ที่แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบนำทองคำเข้ามาในประเทศอินเดียนั้นมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะมีการซุกซ่อนเอาไว้ตามกระเป๋าสัมภาระต่างๆตามกล่องขนมหรือแม้แต่ตามชุดชั้นในแต่ยังไม่เคยเจอกรณีที่ยัดเข้าไปในรูก้นเหมือนกับที่ใช้คนอินเดียคนนี้ทำ 

และแน่นอนว่าด้วยศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ทุกครั้งที่มีการลักลอบเข้ามาเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถตรวจับได้ทุกครั้งไป  แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนลักลอบเข้ามาไม่เคยหยุดเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่นสล็อต gclub

โซเชียลเดือด เมื่ออาจารย์โพสต์เหยียดศาสนาและยุ่งเกี่ยวกับการเมืองรวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ต่อว่านักศึกษาโง่

      เมื่อวันที่ 20 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวช่อง 1 เกี่ยวกับเรื่องกระแสร้อนแรงที่กำลังยืนอยู่ในขณะนี้ของนักศึกษาที่มีการนำข้อความของอาจารย์ท่านหนึ่งในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครออกมาแสดงข้อความที่มีการพูดถึงการยุ่งเกี่ยวทางการเมืองรวมถึงการโพสต์ข้อความต่อว่าเกี่ยวกับเรื่องการแต่งกายของศาสนาของผู้หญิงอิสลามและยังมีการส่งแชทไปคุยกับนักศึกษาในการต่อว่านักศึกษาไม่ฉลาด

ซึ่งนักศึกษาหลายท่านได้มีการดูข้อความนี้ของอาจารย์เรารู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในครั้งนี้ในหลายๆเรื่องจึงได้มีคนแคปหน้าจอ Facebook และข้อความ LINE ของอาจารย์คนดังกล่าวส่งเรื่องไปให้ทางมหาวิทยาลัยทำการตรวจสอบพฤติกรรมการแสดงออกของอาจารย์ท่านนี้และเมื่อมีการตรวจสอบพบว่าอาจารย์คนดังกล่าวนั้นเป็นถึงอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์หลังจากที่นักศึกษาได้มีการนำข้อความไปร้องเรียนกับทางมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีการออกมายอมรับว่าหลังจากที่มีการพูดคุยกับอาจารย์คนดังกล่าวแล้วอาจารย์ท่านนั้น

ก็ได้ออกมายอมรับกับข้อความที่มีการแชร์กันอยู่ในขณะนี้ว่าทุกข้อความที่มีการใช้นั้นเป็นข้อความที่เกิดขึ้นจริงโดยอาจารย์คนนั้นได้มีการชี้แจงออกมาว่าสาเหตุที่มีการตอบว่านักเรียนนั้นก็เพื่อที่จะต้องการอบรมสั่งสอนและอยากจะสื่อให้นักเรียนเข้าใจและขยันเรียนมากขึ้นกว่านี้ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทางมหาวิทยาลัยได้มีการออกมาชี้แจงเรียบร้อยแล้ว

ว่าได้มีการพูดคุยกับพระอาจารย์ท่านนั้นเกี่ยวกับเรื่องของการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองหรือศาสนาและแม้แต่การเหยียดหยามคนอื่นก็ตามได้มีการขอร้องให้อาจารย์ท่านนั้นหยุดที่กำลังดังกล่าวทั้งหมดเรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ดีทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้มีการเบี้ยประชุมปรึกษาหารือกันจากคณะกรรมการด้านคุณธรรมและจริยธรรมซึ่งจะมีการออกมาชี้แจงให้กับประชาชนได้ทราบอีกครั้งในนามของมหาวิทยาลัยถึงความผิดด้านจริยธรรมและคุณธรรมของอาจารย์คนดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

         สำหรับมุมมองของคนภายนอกไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองหรือนักศึกษาจากสถาบันอื่นๆอาจจะมองถึงพฤติกรรมของอาจารย์ท่านนี้ว่ามีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมาด้วยตำแหน่งหน้าที่ที่เป็นถึงคณาจารย์ที่ทรงคุณวุฒินั้นการที่จะพูดถึงไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องของทางการเมืองหรือทางศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะมีการโพสต์ Facebook เพราะหากเรื่องราวเหล่านี้ถูกมีการแชร์ออกไปไปสร้างความเสียหายและความสับสนให้กับบรรดาลูกศิษย์ได้และยังเป็นการสร้างความแตกแยกให้เกิดกับคนในสังคมได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือเป็นใครก็แล้วแต่การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือการที่เราไปโพสยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการศาสนาหรือไม่ยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งกายของคนอื่นจึงเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทและไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง

 

สนับสนุนโดย  sexybaccarat

พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ที่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายของตนเองที่เป็นผู้พิพากษา โดยได้มีการรับรองและมีการยืนยันในการตรวจสอบแล้วว่าพันตำรวจโทบรรยินนั้นมีแผนั้ได้มีการร่วมมือกันระหว่างผู้ต้องหาอีกอย่างน้อย2คนและอาจจะทำให้เกิดการชิงตัวผู้ต้องหาระหว่างที่นำตัวออกจากเรือนจำเพื่อที่จะไปขึ้นศาล

จึ้งเกิดการตรึงกำลังเข้มเพื่อป้องกันในการชงตัวผู้ต้องหานั่นเองไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน โดยมีการรวบรวบรวมเจ้าหน้าที่จำนวนมากกว่า20นาย เพราะฉะนั้นการนำตังมาจากเรือนจำบางขวางเพื่อไปขึ้นาลอาญานั้นจึงมีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก

ในช่วงที่มีการผ่านพ้นในการปฏิบัติการส่งตัวพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภารกรณ์ผู้ต้องหาในคดรอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาไปยังศาลอาญาตามที่ศาลได้มีการตรวจนัดพยานและหลักฐานและไม่อนุญาตให้พบฐาติในขณะที่มาศาลด้วยและได้มีการตรวจและดำเนินการในเรื่องหลักฐานเอกสารต่างๆในทางลับด้วย โดยไม่อนุญาติให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังห้องพิจารณา

โดยมีการถ่ายทอดกระบวนการพิจารณาผ่าน Vido Conference เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถที่จะทำข่าวได้ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มขั้นเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด สืบเนื่องมากจากก่อนหน้านี้นั้นตำรวจกองปราบปรามได้มีข้อมูลว่า พันตำรวจโทบรรยินนั้นมีแผนที่จะทำการหลบหนีออกจากเรือนจำระกว่างการนำตัวมายังศาลอาญา

ในวันที่มีการไปศาลเพื่อพิจารณาคดีและยื่นเอกสารหลักฐานต่างๆนั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษเรือนจำบางขวางและหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมานได้มีการยืนประจำในทุกทางเข้าออก ณเรือนจำกลางบางขวางเพื่อคุมตัวพันตำรวจโทบรรยินไปยังศาลโดยรถพิเศษกรุงทพได้ออกจากเรือนจำบางขวาง 7.30 น.และมีการถึงศาลอาญาเวลา 08.10 น.

โดยใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 40 นาทีและตลอดเส้นทางที่มาศาลอาญานั้นโดยมีรถของกองปราบและชุดหนุมานรวมทั้งสิ้น 7 คันเพื่อคุมเข้มตลอดเส้นทางเพื่อป้องกันการชิงตัวผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้ทำการหลบหนีการคงบคุมตัวระหว่างเดินทางมาศาลนั่นเอง

โดยแผนที่มีการตั้งไว้ก็คือการวางระเบิดข้างเรือนจำและทำการล้มเสาธงชาติตรงกลางสนามหญ้าของเรือนจำเพื่อให้สามารถใช้ในการปีนหนีได้และเมื่อออกมาได้ก็จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับซึ่งแผนนี้ได้หลุดปากมาจากผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีลักทรัพย์หลังจากมีการประกันตัวและออกจากเรือนจำโดยอ้างว่าพันตำรวจโทบรรยินนั้นได้พูดคุยและให้ติดต่อทนายความอีกคนให้มาปรกันตัวออกไป

โดยข้อมูลนั้นมีการกล่าวว่าที่ให้มีการประกันตัวนั้นเพื่อให้ผู้ที่ได้ประกันตัวทำงานให้พันตำรวจโทบรรยินโดยการหาทางชิงตัวและลักพาตัวภรรยาผู้บัญชาการเรือนจำมาให้ได้เพื่อใช้ในกาต่อรองและได้มีการติดต่อไปยัง สส. นครสวรรค์ที่เคยเป็นลูกน้องของพันตำรวจโทบรรยินเพื่อร่วมวางแผนแต่ สส.นั้นไม่มีการร่วมมือด้วยนั่นเอง แต่การตัดสินนั้นพันตำรวจโทบรรยินได้กล่าวอ้างว่าขอเลื่อนพิจารณาคดีเนื่องจากตนนั้นอยู่ในอาการที่ไม่ปกติ

 

สนับสนุนโดย  ดาวน์โหลด Gclub

ในตอนนี้เป็นที่ต้องจับตามองอย่างดีเจเด็กคนหนึ่งที่เรานั้นก็อาจจะเคยเห็นหน้าตากันแต่ว่าการที่เด็กนั้นทำเรื่องสนุกนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดอะไรแต่ถ้าสื่อถึงอะไรนั้นเราคิดว่าควรหรือไม่ควรเพราะว่าการที่เดี่ยวนี้นั้นปล่อยให้เขานั้นใช้กิริยาทำอย่างนี้นั้นโลกของเราและเมื่อต่อไปนั้นเราจะเป็นอย่างไร  เด็กรุ่นใหม่นั้นจะมีนิสัยอย่างไรกัน  

    ซึ่งได้มีชาวเน็ตคนหนึ่งนั้นได้แชร์และโพสในเพจๆหนึ่งให้ดูว่ามีดีเจเด็กคนหนึ่งที่เรานั้นรู้จักได้ทำการเล่นเพลง  และบนโต๊ะนั้นก็มีโน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์  และช่วงท่อนบนนั้นได้ถอดเสื้อออก เหลือแต่ท่อนล่าง และได้มีมีหยุดเพลงพูดถุงคำคม    แต่ว่าด้วยเรื่องคำพูดนั้นบางคำก็พอรับได้แต่ว่าบางคำนั้นเราไม่อยากบอกเลยว่ามันก็เป็นคำพูดที่แรงอยู่เพราะว่ายังเป็นเด็กกลุ่มเยาวชน

  แต่ว่าในรูปนั้นได้มีการโชว์นิ้วกลางที่ที่ข้างจมูก  และบนโต๊ะนั้นได้มีผงสีขาวที่เรานั้นก็ไม่รู้คือว่าอะไร  แต่ว่าการที่เราคิดว่าเด็กคนนี้นั้นทำไม่สมควร  แต่ว่าส่วนคนที่เข้าไปดูนั้นชื่นชอบมียอดกดถูกใจเป็นจำนวนมากเราคิดว่าไม่เห็นที่จะสมควร

  เพราะว่าการที่เด็กนั้นทำบางอย่างนั้นเราก็สามารถที่จะปล่อยได้ แต่ว่าในเพจนั้นได้บอกกล่าวอยู่แล้วว่าถ้าไม่เหมาะสมนั้นควรที่จะทำการบล็อก หรือว่าหยุดการแพร่  แต่ว่าดีเจเด็กคนนี้สามารถที่จะได้ยอดกดถูกใจเป็นที่เยอะมาก  

     และเราเคยเห็นเด็กหรือว่าดีเจคนไหนนั้นทำอย่างนี้บ้างไหมครับ  ยิ่งเรานั้นเห็นเราคิดว่าเป็นเรื่องที่มาเหมาะสมอย่างมาก  แต่ว่าทางสังคมไทยนั้นกลับชอบ เพราะว่าเด็กนั้นได้แสดงถึง เรื่องเพศ  เรื่องยา  เอามารวมกันนั้นคนไทยชอบ  

ส่วนตัวนั้นผมคิดว่าเด็กนั้นก็คงเปิดเพลงในยูทูปเอาจากนั้นก็เบาเพลงใช้ไมค์พูดเอา  พูดแต่ประโยคเดิมๆ พูดแต่เรื่องเพศ  พูดวนอยู่อย่างนี้ แต่ถ้าเป็นเด็กคนอื่นทำไม่มีคนดูหรอกแต่ว่าเด็กคนนี้ทำกลับมียอดวิวที่คนดูนั้นเยอะเกินคาด  เราไม่แน่ใจว่าคนไทยเรานั้นต้องการที่จะให้เด็กนั้นสื่อออนไลน์นั้นต้องการคนแบบไหน  เพราะว่านี่ขนาดเด็กสามารถที่จะทำได้ขนาดนี้และเมื่อเขานั้นโตขึ้นเขาจะใช้ชีวิตในแบบไหน  เราคิดว่าไม่สมควรครับ  แต่ว่าคนไทยเรานั้นกลับชอบ กลับกดถูกใจ เออเอาสิ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet เว็บตรง

เจ้าของหอเช่าน่ารัก  ติดป้ายบอกผู้เช่าไม่เก็บค่าเช่า เพราะเราจะก้าวผ่านบริษัท ไปด้วยกัน

        ทางกลางความวาดกลัวความสิ้นหวังรวมถึงความเศร้าหมองก็ยังมีสิ่งดีๆเข้ามาให้กับคนบางคนได้ชื่นฉ่ำหัวใจอย่างเจ้าของหอพักรายนึงที่มีการออกมาดูแลผู้เช่าห้องพักของตนเองด้วยการนำกระดาษมาเขียนติดประกาศเอาไว้ถึงผู้เช่าทุกคนว่าจะช่วยเหลือผู้เช่าด้วยการลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ผู้เช่าแต่ละคนกำลังประสบปัญหาการว่างงานและไม่มีงานทำซึ่งเป็นสาเหตุมาจากรัฐบาลประกาศให้หยุดงาน

เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าดังนั้นทางเจ้าของห้องเช่าจึงได้แจ้งกับทางผู้เช่าทุกคนว่าจะไม่เก็บเงินค่าเช่าของเดือนเมษายนซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ดีที่สุดในขณะนี้ก็หลายคนเช็คได้ว่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามากเพราะทางรัฐบาลเองก็ได้มีการประกาศให้สถานที่ต่างๆหลายแห่งปิดบริการรวมถึงเมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19แล้ว

เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ยิ่งซบเซาลง  บริษัทหลายบริษัทได้มีการปิดตัวลงไปหรือหากบริษัทไหนไม่มีติดตัวก็มีการขอลดเงินเดือนพนักงานลงส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนทุกคน ที่แทบ จะไม่เหลือเงินผ่อนบ้านผ่อนรถคือจ่ายค่าบัตรเครดิตเลยด้วยซ้ำ  สำหรับอพาร์ทเม้นท์ที่มีเจ้าของจิตใจดีและน่ารักแบบนี้เป็นอพาร์ทเม้นท์ที่ตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง 50 

โดยเจ้าของอพาร์ทเม้นท์นั้นคืออาจารย์ ดร. กิติมา  ปรีดีดิลก  ซึ่งได้ออกมาบอกกล่าวกับผู้เช่าอพาร์ทเม้นท์ของตนเองว่าจะมีการดูแลค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าเดือนเมษายนให้กับผู้เช่าทุกห้องที่มีการเช่าอพาร์ตเมนต์ของอาจารย์อยู่สร้างความดีใจให้กับผู้เช่าเป็นอย่างมากจนมีผู้เช่าได้ถ่ายรูปการติดป้ายประกาศนี้ไว้

และนำไปแชร์เพื่อบอกกล่าวสิ่งดีๆให้กับชาวโซเชียลได้รู้และได้ชื่นชมถึงความเป็นคนดีมีจิตใจเมตตาของอาจารย์คนดังกล่าวเนื่องจากในสถานการณ์เช่นนี้หลายคนได้รับความลำบาก  ทั้งนี้เมื่อผู้เช่าเองได้รับความเห็นใจและได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ก็ถือได้ว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้เช่าได้อีกช่องทางหนึ่ง 

    การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังมีการแพร่อย่างต่อเนื่องเพราะอะไรคนมักไม่เข้าใจว่าควรจะป้องกันตนเองและดูแลตนเองอย่างไรดังนั้นเพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้ก็ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะต้องถูกสั่งให้หยุดงานแบบนี้ไปเรื่อยๆนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าประชาชนจะไม่มีเงินในการนำมาเป็นค่าใช้จ่ายอีกหลายเดือน

ดังนั้นทุกคนจึงต้องร่วมมือกันในการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona เพื่อที่ประชาชนทุกคนจะได้หันกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายไม่ต้องลำบากอดมื้อกินมื้ออย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

         เป็นเรื่องที่น่าดีใจ พี่ยังมีคนเห็นความสำคัญของการป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  และควรนำมาเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับบุคคลที่น่าชื่นชมนี้ก็คือชาวกะเหรี่ยงทั้ง 4 หมู่บ้านของจังหวัด หมู่บ้านของจังหวัดน่านลำพูนซึ่งมีความคิดเห็นตรงกันในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19เข้าไปในบ้านของตนเองโดยทุกคนต่างพร้อมใจกัน

ทำการปิดกั้นไม่ให้คนนอกเข้าไปในหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือใครก็ตามแต่ส่วนคนในหมู่บ้านสามารถเดินทางออกไปซื้อของหรือไปรับจ้างทำงานนอกหมู่บ้านได้แต่พวกเขาก็มีการตกลงร่วมกันว่าหากใครที่ออกไปนอกหมู่บ้านและต้องการที่จะเดินทางเข้าหมู่บ้านก่อนที่เขาจะมีการเข้าหมู่บ้านพวกเขาเหล่านั้นจะต้องมีการทำความสะอาดมือด้วยการใช้เจลล้างมือ

รวมถึงจะมีคนคอยดูแลในการวัดไข้ก่อนจะให้ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านได้ซึ่งถือว่าการกระทำเช่นนี้คือการบล็อกดาวฯ์กักตัวเองอยู่แต่ในหมุู่บ้าน  หากถามว่าชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้เดือดร้อนหรือไม่ที่มีการควบคุมจำนวนประชากรในหมู่บ้านตนเองไม่ให้ออกไปข้างนอกหมู่บ้านรวมถึงไม่ให้คนนอกหมู่บ้านเข้ามาในหมู่บ้านของตนเองทางชาวกะเหรี่ยงต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกเบื่อน้อยใจ

แต่อย่างไรเพราะโดยปกติแล้วคนในหมู่บ้านต่างก็มีอาชีพทำไร่ทำนาและไม่ได้เดินทางไปที่ไหนกันมากอยู่แล้วส่วนใหญ่ถ้าเดินทางออกนอกหมู่บ้านก็คือไปทำงานรับจ้างทั่วไปและอาจจะมีการออกไปซื้อของเข้ามาเป็นของกินของใช้แต่หากช่วงนี้มีวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาพวกชาวกะเหรี่ยงก็พร้อมที่จะดูแลตนเองด้วยการอยู่แต่ในหมู่บ้านและไม่ให้คนนอกเข้ามาแพร่เชื้อไวรัสให้กับคนในหมู่บ้านได้

ซึ่งทั้งนี้บุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านของทั้ง 4 หมู่บ้านนี้ได้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการเท่านั้นซึ่งถึงว่าชาวกะเหรี่ยงมีความคิดดีที่จะดูแลคนในหมู่บ้านตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส  แตกต่างจากคนไทยที่แม้จะมีการประชาสัมพันธ์มากแค่ไหนแต่ก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือยังคงพยายามหลบหนีออกจากบ้านเพื่อไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ 

ซึ่งคนไทยควรจะดูไว้เป็นเยี่ยงอย่างในการดูแลหมู่บ้านของตนเองให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด-19เชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นเชื้อไวรัสที่อันตรายและยังไม่มียาที่จะรักษาให้หายดังนั้นทุกคนควรจะร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะหยุดยั้งไม่ให้เชื่อไวรัสโควิด-19ลุกลามไปมากกว่านี้ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือทุกคนควรจะต้องพร้อมใจกันเก็บตัวเอง

อยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปในบริเวณพื้นที่เสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสได้ และเพาะประชาชนของคนจังหวัดลำพูนร่วมแรงร่วมใจกันอย่างนี้นี่เองดังนั้นจังหวัดลำพูนจึงเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเลย 

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าเว็บไหนดี 2020