ในช่วงประมาณปีพศ 2560 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีข่าวลงนามเกิดขึ้นเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบศพที่ถูกหั่นชิ้นส่วนเอาไว้เก็บไว้ในกล่องภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งและจากการที่มีการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่าภายในกล่องนั้นไม่ได้มีเพียงแค่สบเดียวเท่านั้นแต่มีถึง 9 ศพด้วยกันทำให้การฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้นนับได้ว่าเป็นคดีดังระดับประเทศและเป็นคดีฆาตกรต่อเนื่องซึ่งประชาชนชาวญี่ปุ่นต่างก็พากันหวาดกลัว

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นที่สามารถทำการจับกุมฆาตกรที่มีการฆ่า 9 ศพได้นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามหาน้องสาวเขาที่หายไป โดยข้อมูลล่าสุดนั้นพบว่าน้องสาวของเขาหายไปกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งจากการที่เขาได้มีการเข้าไปตรวจสอบข้อมูล Social Media ของน้องสาวของเขาพบว่าน้องสาวของเขานั้นได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มลัทธิกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการฆ่าตัวตายพร้อมกัน หลังจากนั้นน้องสาวของเขาก็ออกจากบ้านและหายไปไม่กลับมาบ้านอีกเหรอ

          และจากการติดตามหาตัวของน้องสาวของเขาพบว่าคนสุดท้ายที่อยู่กับน้องสาวของเขานั้นเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า   ชิราอิชิ  ซึ่งผู้ชายคนนี้มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มของคนที่ต้องการฆ่าตัวตายด้วย  ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการนำตัวชายคนดังกล่าวไปทำการสอบสวนพร้อมทั้งเข้าไปค้นอพาร์ทเม้นท์ที่เขาอาศัยอยู่จนในที่สุดก็พบชิ้นส่วนมนุษย์เป็นจำนวนมากอยู่ในห้องพักของเขา

        และจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าฆาตกรรายนี้ไม่ได้มีความต้องการที่จะฆ่าตัวตายอย่างที่มีการโพสต์ผ่านทวิตเตอร์เชิญชวนให้คนเข้ามาร่วมกลุ่มเพียงแต่ว่าเขาใช้ทวิตเตอร์ในการเป็นช่องทางที่สามารถติดต่อเหยื่อให้มาหาเขาได้ด้วยเหตุผลที่เขาใช้ Twitter เป็นช่องทางในการติดต่อกับเหยื่อนั้นก็เพราะว่าเขาต้องการเงินจากเหยื่อและถ้าหากใครขัดขืนเขาก็จะฆ่าให้ตายและบางคนที่อยากเป็นผู้หญิงเขาก็ต้องการที่จะมีเพศสัมพันธ์ด้วยแต่เมื่อหญิงสาวเหล่านั้นปฏิเสธก็ถูกเขาฆ่าตายเช่นเดียวกัน

          ทำให้ภายในห้องพักของเขานั้นมีอยู่ที่ถูกเผาฆาตกรรมเป็นจำนวนมากถึง 9 ศพด้วยกันและหลังจากที่ทางด้านฆาตกรได้รับสารภาพแล้วตั้งแต่ช่วงที่จับกุมได้ในปีพศ. 2560 ในขณะนี้ศาลของประเทศญี่ปุ่นได้มีการตัดสินคดีนี้เป็นที่สิ้นสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าฆาตกรรายนี้จะถูกพิพากษาด้วยการตัดสินประหารชีวิตซึ่งครอบครัวของผู้ที่สูญเสียหรือก็ครอบครัวของเหยื่อนั้นต่างก็พากันดีใจและยอมรับการตัดสินของศาลในครั้งนี้มากเลยพวกเขาให้เหตุผลว่าโทษทีที่ฆาตกรได้รับนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

          จากข่าวที่กำลังโด่งดังเกี่ยวกับนายตำรวจคนหนึ่งได้หนีภรรยาหลวงแอบมาแต่งงานกับภรรยาน้อย  และขณะนี้กำลังจัดงานแต่งงานกันอยู่นั้นปรากฏว่าภรรยาหลวงกับแม่นายตำรวจซึ่งเป็นเจ้าบ่าวได้เดินทางไปที่บ้านที่จัดงานแต่งงานพร้อมทั้งได้มีการถ่ายคลิปแสดงตนว่าเป็นภรรยาหลวงและยังคงสถานการณ์เป็นภรรยาอยู่และมีการโชว์ใบทะเบียนสมรส

          อีกทั้งแม่ของเจ้าบ่าวยังได้มีการเข้าไปต่อว่าเจ้าบ่าวในขณะที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำลังฟังพระสวดให้พรอยู่  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกเผยแพร่ออกมาในโลกออนไลน์จนคนพากันแชร์เป็นจำนวนมากเพราะไม่พอใจที่เจ้าบ่าวซึ่งเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทำผิดวินัยแอบมาแต่งงานกับหญิงสาวคนอื่นในขณะที่ภรรยาหลวงไปตามถึงงานแต่งแต่ก็ไม่สนใจและไล่ภรรยาหลวงพร้อมกับแม่ของตนเองออกจากงานแต่งงานของตน

     อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวในครั้งนี้เป็นข่าวที่โด่งดังเป็นอย่างมากเลยทีเดียวถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามซึ่งทางด้านภรรยาหลวงยืนยันว่าหญิงสาวที่จัดงานแต่งงานกับสามีของตนเองนั้นแอบคบหากับสามีของตนเองมานานเกิน 1 ปีแล้วและเคยพูดคุยกับหญิงสาวคนดังกล่าวให้เลิกยุ่งวุ่นวายกับสามีของตนเองยังมีหนังสือจากทนายส่งไปให้เลิกยุ่งกับสามีแต่หญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่ยอมเลิกส่วนสามีของตนนั้นก็แอบไปอยู่กับหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง

      อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเจ้าบ่าวนั้นได้ออกมายอมรับว่าตนเองนั้นผิดแต่จะไม่เลือกทั้งภรรยาหลวงและพญาน้อยจะขออยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองคนที่สำคัญในขณะนี้นายตำรวจคนดังกล่าวได้มีการลาพักร้อนเพื่อหนีข่าวคราวที่เกิดขึ้นนอกจากนี้ทางด้านสถานีตำรวจที่นายตำรวจคนดังกล่าวทำงานอยู่ก็ได้มีการออกมาพูดถึงการทำผิดวินัยของนายตำรวจคนดังกล่าว

          ซึ่งอาจจะเลวร้ายถึงขั้นสั่งจำคุกหรือไม่ก็ถูกไล่ออกจากการเป็นตำรวจส่วนทางด้านพระยาน้อยที่รับหน้าที่เป็นเจ้าสาวนั้นในขณะนี้ที่ทำงานของเธอได้ไล่เธอออกจากงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนครอบครัวของเธอนั้นยืนยันว่าไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลยนายตำรวจคนดังกล่าวนั้นมีครอบครัวอยู่แล้วแต่หลังจากที่เจ้าสาวเบอร์ 2 ได้มีนักข่าวไปช่วงระยะเวลาหนึ่งล่าสุดได้ออกมาให้ข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเธอนั้นรู้ดีว่าฝ่ายชายนั้นมีภรรยาแล้วแต่เธอรักสายชายมาก

         ซึ่งเธอรู้ตัวว่าเธอนั้นทำผิดแต่เธอนั้นทำผิดเพราะเธอรักฝ่ายชายไม่มากนั่นเองและเธอต้องการให้คนในสังคมด่าทอเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะคนในครอบครัวของเธอไม่มีใครรู้เรื่องราวนี้มาก่อนและในตอนนี้เธอรู้สึกสำนึกผิดแล้วและเธอฝากหรือต่างๆไปขอโทษภรรยาหลวง กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามทางด้านภรรยาหลวงนั้นออกมาพูดถึงฝ่ายหญิงว่าเธอจะไม่รับคำขอโทษจากภรรยาน้อยเป็นคำพูดแต่เธอต้องการให้ภรรยาน้อยจ่ายเธอมาด้วยจำนวนเงิน 300,000 บาทเพราะในขณะนี้ทางด้านภรรยาหลวงได้นำหลักฐานทั้งหมดส่งให้ทนายทำเรื่องฟ้องร้องเมียน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่าออนไลน์สด

           ในสังคม Facebook กำลังมีการพูดถึงไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่เขามีการโพสต์ Facebook เล่าประสบการณ์ชีวิตของตัวเขาเองเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของเขาซึ่งแต่เดิมนั้นครอบครัวคงมีความสุขมากเพราะมีทั้งพ่อแม่แล้วก็ลูกอยู่ด้วยกันในปัจจุบันนั้นครอบครัวของเขาแตกแยกและเขาต้องการมาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวของเขาในครั้งนี้เขาได้มีการพูดถึงครอบครัวของตัวเขาเองว่าเขานั้นมีอาชีพขับรถแท็กซี่

ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งขณะที่เขาออกกะแท็กซี่มาในตอนเช้าเขามานอนอยู่กับลูกของเขาซึ่งตื่นขึ้นมาเขาก็ไม่เห็นภรรยาของเขาแล้วโดยเขาคิดว่าภรรยาของเขานั้นน่าจะออกไปซื้อของแต่เขาเราพระยาของเขาหลายชั่วโมงก็ไม่เห็นกลับมาและอยู่ดีๆมือถือของเขาก็ดังขึ้นและมีภาพส่งมาที่มือถือของเขาซึ่งภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพของภรรยาของเขาอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในลักษณะที่กำลังกอดกัน

แต่ที่สำคัญผู้ชายที่อยู่ในภาพนั้นคือเพื่อนซี้ของเขานั่นเองเมื่อก่อนเห็นภาพดังกล่าวนั้นเขารู้สึกเสียใจมากในขณะที่เขากำลังอยู่บ้านกับลูกซึ่งตอนนี้ลูกของเขานั้นยังรักมากนักยังคงต้องกินนมและยังคงต้องใช้แพมเพิสแต่ภรรยาของเขากลับไปกอดอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่โรงแรมที่สำคัญของเขาเอาเงินทั้งหมด

ติดตัวไปด้วยโดยไม่ทิ้งไว้ให้กับเขาและลูกเลยเขาไม่มีเงินที่จะซื้อนมให้ลูกกินซึ่งลูกก็ร้องไห้ด้วยความหิวจนหลับไปอย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วเขาได้มีการโพสต์ภาพซึ่งเป็นใบทะเบียนหย่าให้คนในโลกออนไลน์ได้ดูโดยเขาระบุว่าเขาได้ตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยเข้ากับภรรยาได้อย่าขาดออกจากกัน

และสิทธิ์ในการดูแลลูกนั้นเป็นของเขาเองซึ่งเขายังมีการค้นพบสอนคนในโลกออนไลน์ด้วยว่าอย่าไว้ใจใครและให้นำชีวิตครอบครัวของเขาเป็นบทเรียนให้ดูแลครอบครัวของตนเองให้ดีที่สำคัญเพื่อนสนิทก็ไม่ใช่ว่าจะไว้ใจได้

        เมื่อมีคนเห็นข้อความใน Facebook ของชายหนุ่มคนดังกล่าวต่างก็ออกมาให้กำลังใจชายหนุ่มกันมากโดยบอกให้เขานั้นสู้และฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ซึ่งให้คิดถึงลูกที่กำลังจะโตขึ้นในอนาคตส่วนภรรยาของเขานั้นเขาได้มีการอัพเดทมาให้คนในโลกออนไลน์โดยทราบด้วยว่าหลังจากที่อยากขาดกับเขาตัวเขาเองก็ได้ข่าวว่าภรรยาของเขานั้นตกลงที่จะไปอยู่กับเพื่อนสนิทของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งตัวเขาเองกับเพื่อนสนิทก็คงจะต้องเลิกคบกันไปและเขาจะใช้ชีวิตในการหาเลี้ยงลูกของเขาให้ได้ดีที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  Sexy Gaming

 

              เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เดือนตุลาคมพ.ศ 2553 โดยเกิดขึ้นที่จังหวัดนครปฐมในงาน  เฉลิมฉลององค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งมีการจัดงานให้ประชาชนนั้นเข้าไปทำบุญร่วมกัน  โดยในวันดังกล่าวนั้นมีผู้คนเป็นจำนวนมากต่างพากันหลั่งไหลเดินทางไปทำบุญที่องค์พระปฐมเจดีย์ทำให้บริเวณที่จอดรถตรงบริเวณใต้กับพระปฐมเจดีย์หนาแน่นไปด้วยรถที่จอดอย่างไรก็ตามได้มีสามีภรรยาคู่หนึ่งขับรถเข้ามาในพื้นที่จอดรถขององค์พระปฐมเจดีย์เพื่อที่จะทำการไปกราบไหว้ขอพรองค์ปฐมเจดีย์

                 แต่ระหว่างที่กำลังหาที่จอดรถอยู่นั้นพวกเขาได้เจอช่องจอดรถช่อง 1 ซึ่งเป็นช่องว่างพอดีเนื่องจากว่าพึ่งมีรถกระบะคันนึงขับออกไปดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจที่จะถอยรถเข้าช่องจอดที่ว่างนั้นทันทีในขณะที่กำลังถอยรถอยู่นั้นก็มีคุณป้าคนหนึ่งยืนอยู่ตรงบริเวณช่องจอดรถนั้นเมื่อรถถอยเข้ามาคุณป้าก็ได้ตบบริเวณท้ายรถไปประมาณ 3 ครั้ง  หลังจากนั้นสามีภรรยาที่อยู่ภายในรถจึงได้ลงมาคุยกับคุณป้าจึงได้ความว่าคุณป้าคนดังกล่าวนั้น

ได้มีการยืนจองที่จอดรถนี้เอาไว้โดยจะจองไว้ให้ลูกสาวซึ่งกำลังขับรถวนเข้ามาจอดที่บริเวณนี้ทำให้เกิดการถกเถียงกันระหว่างคุณป้าและสองสามีภรรยาซึ่งสองสามีภรรยานั้นได้มีการโต้เถียงไปว่าบริเวณที่จอดรถในวัดนี้เป็นพื้นที่สาธารณะไม่สามารถทำการจองได้และถ้าหากว่าคุณป้าจะจองก็ต้องให้ลูกสาวมาจอดทันทีซึ่งตอนนี้รอหลายนาทีแล้วแต่ลูกสาวยังไม่มาสักที

                     ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถที่จะจอดรถตรงบริเวณนี้ได้แต่ในขณะนั้นคุณป้าก็ไม่ยอมถอยเช่นเดียวกันยังคงยืนขวางอยู่พร้อมกับด่า 2สามีภรรยาว่านิสัยไม่ดีทั้งคู่ได้มีการทะเลาะกันอยู่สักพักหนึ่ง   ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีการนำมาจากกล้องหน้ารถของสองสามีภรรยา

ซึ่งเหตุการณ์ตัดลงเพียงแค่นั้นไม่ได้มีการบอกกล่าวว่าเหตุการณ์ต่อไปนั้นเกิดขึ้นอะไรบ้างโดยฝ่ายชายที่นำข้อความมาโพสต์ใน Facebook นั้นได้มีการระบุว่าตนเองต้องการที่จะจอดรถในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากว่าเห็นว่าใกล้กับองค์พระปฐมเจดีย์  เพราะเขาเองไม่ต้องการให้ำรรยาของเขานั้นต้องเดินไกลเนื่องจากว่าในขณะนี้ภรรยาของเขากำลังท้อง 5 เดือนนั่นเอง 

          สำหรับปัญหาการแย่งที่จอดรถกันนั้นเรามักเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเห็นเป็นข่าวโดยการแย่งที่จอดรถกันในห้างสรรพสินค้าซึ่งบางครั้งก็ถึงขนาด เพราะตบตีกันเลยก็มีโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ ตอนจบของเรื่องทางด้านผู้โพสต์ไม่ได้ระบุว่าสุดท้ายแล้วจบลงกันด้วยแบบไหน 

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของการแย่งที่จอดรถนั้นไม่ควรที่จะมีเนื่องจากว่าการจอดรถในพื้นที่สาธารณะควรจะใช้สิทธิ์ว่าใครมาถึงก่อนแล้วได้จอดไม่ควรใช้สิทธิ์ในการลงไปยืนจองเพราะว่าถือเป็นมารยาททางสังคมที่ดีนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

         เกิดเหตุการณ์ที่ชายชราคนหนึ่งขับรถกระบะมาบนถนนแล้วเกิดมีเรื่องกับชายคนหนึ่งที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใช้ได้โดยจะเห็นว่ารถกระบะนั้นจอดอยู่ตรงบริเวณที่ ริมถนนแห่งหนึ่งซึ่งตรงบริเวณนั้นมีคนกวาดขยะอยู่โดยภาพที่เห็นจะเห็นได้ว่าวัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์นั้นไปคว้าไม้กวาดมาจากคนกวาดขยะหลังจากนั้นก็กระหน่ำตีไป

ที่รถกระบะพร้อมทั้งเอาไม้ฟาดเข้าไปในรถกระบะอยู่พักใหญ่ในที่สุดรถกระบะก็ขับออกไป คนที่แชร์ภาพนี้คือ ครอบครัวของลุงจิตตัวที่ถ้าหากใครเห็นตัวคนร้ายคนนี้สามารถแจ้งไปทางครอบครัวของลุงสิทธิ์หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพื่อที่จะได้ตามตัวมาดำเนินคดีซึ่งนักข่าวได้มีการลงไปสอบถามกับคนกวาดขยะที่อยู่ในเหตุการณ์โดนคนกวาดขยะเล่าให้ฟังว่าในช่วงเช้าที่เขากำลังกวาดถนนอยู่นั้น

ได้มีรถกระบะของลุงจิตมาจอดซึ่งตัวเขาเองกับลุงจิตนั้นรู้จักคุ้นเคยกันดีโดยรวมติดต่อกระบะไว้ที่ข้างเขาแล้วก็บอกเขาว่าให้ช่วยด้วยเนื่องจากว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามรถของลุงจิตมาพยายามขับปาดหน้าแล้วก็ตะโกนด่าทอซึ่งลุงจิตกว่าอย่างมากแต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวก็ขับรถตามมาทันหลังจากนั้นเมื่อลงจากรถมอเตอร์ไซค์ได้ชายคนดังกล่าวก็มากระชากเอาไม้กวาดจากมือของคนกวาดขยะไปหลังจากนั้นก็กระหน่ำตีไปที่รถของลุงจิตและภายในรถของลุงจิต

ซึ่งลุงจิตเองก็ได้จ่ายยกมือไหว้ขอโทษโดยลุงบอกว่าลุงไม่ได้มีเจตนาหรือจะขับรถปาดหน้าอะไรเลยแต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอมฟังอะไรเลยได้แต่กำลังตีไปที่ลุงจิตอย่างเดียว และคนกวาดถนนยังได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอีกว่าสาเหตุที่ตัวเขาเองนั้นไม่กล้าเข้าไปช่วยลุงเจ็บมากนักเนื่องจากเขามองเห็นว่าชายคนที่กำลังทำร้ายลุงจิตอยู่นั้นมีการพกมีดสปาต้าเอาไว้ด้วยซึ่งเน็บอยู่ข้างเอวเขาจึงกล่าวว่าหากเขาไปยุ่งมากตัวเขาเองก็จะเกิดอันตรายขึ้นได้

ส่วนตัวลุงจิตก็ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าตอนนี้ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้แล้วแต่ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรส่วนร่างกายตอนนี้มีการบาดเจ็บที่มือเนื่องจากว่าถูกกระจกบาดซึ่งตัวของลุงจิตเองก็ไม่ทราบว่าตนเองนั้นไปขับรถปาดหน้าเด็กวัยรุ่นคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็ได้มีการยกมือไหว้ขอโทษไปแล้วซึ่งเหมือนคนดังกล่าวนั้นเป็นเด็กอายุรุ่นลูกเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่าเช็กชี่

        วันที่ 14 เดือนตุลาคมปี พ.ศ.2563 ช่วงเวลาประมาณ 09.50    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานภายในร้านห้างทองออโรร่าซึ่งอยู่ในห้างบิ๊กซีสาขารัตนาธิเบศร์ได้มีการแจ้งความว่าถูกคนร้ายเข้ามาบุกจี้ชิงทองคำไปซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนว่ามีการเอาทองไปทั้งหมดน้ำหนักเท่าไหร่

และกี่เส้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ร้านทองได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขณะที่ร้านทองมีการเปิดทำการตามปกตินั้นอยู่ๆก็มีชายซึ่งมีลักษณะคล้ายชายวัยรุ่นสวมใส่หน้ากากอนามัยสีดำนุ่งกางเกงยีนส์และใส่เสื้อแขนยาวบุกเข้ามาในร้านทองพร้อมกับอาวุธปืนหลังจากนั้นก็ใช้ปืนขู่พนักงานภายในร้านทองให้มีการนำสร้อยทองออกมาให้

           ซึ่งได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากหลังจากนั้นก็ออกจากร้านทองและหลบหนีไปโดยคนร้ายมีความสูงประมาณ 180 เซนติเมตร  ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นกล้องวงจรปิดในร้านทองสามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้แต่ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แต่เบื้องต้นได้ทำการประสานงานตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนหนทางต่างๆปรากฏว่าคนร้ายได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟสีขาวออกไปจากที่เกิดเหตุโดยออกไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ขาเข้า  ซึ่งขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการดำเนินการสืบหาตัวและเข้าจับกุม

       อย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำพนักงานในร้านทองออโรร่าทุกคนรวมถึงลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณหน้าร้านทองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

    สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการปล้นร้านทองนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลานี้เนื่องจากว่าประชาชนนั้นเริ่มขาดแคลนเงินสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นยังไม่ดีขึ้น  เมื่อมีคนตกงานมากขึ้น และเงินหายาก ทำให้บางคนนั้นหมดเส้นทางทำมาหากินจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองมาเป็นคนร้ายที่ปล้นร้านทองหรือที่ชิงทรัพย์สินเงินทองของคนอื่น

     โดยในขณะนี้ประเทศไทยนับว่ามีคนออกมาเป็นขโมย  และเป็นโจรค่อนข้างเยอะหากเทียบกับเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่สถานการณ์เศรษฐกิจยังคงดีอยู่ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มีโจรชุกชมเป็นอย่างมากดังนั้นใครก็ตามที่มีเงินทองไม่ควรเก็บไว้กับตัวในปริมาณมากนักรวมถึงไม่ควรใส่สร้อยคอทองคำเมื่อออกมาจากบ้านเพราะจะเป็นการล่อให้โจรเข้ามาหาตนเอง   และอาจจะทำให้ตนเองเกิดอันตรายก็เป็นไปได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในขณะนี้หากใครมีทรัพย์สินต่างๆก็ควรจะเก็บไว้เป็นอย่างดีไม่ควรใส่ออกมาอวดคนอื่นมากนักเพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่โจรออกอาละวาดชุม

 

สนับสนุนโดย  สล็อต777คาสิโนออนไลน์

      มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดแพร่ โดยเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคนิคของจังหวัดโดยมีการระบุว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 32 ปีเธอชื่อว่านางสาวอรสา  สำหรับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคนิคนั้นคนที่เห็นเหตุการณ์รวมถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยดังกล่าวระบุว่านางสาวอรสาได้แอบขึ้นไปบนอาคารชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยหลังจากนั้นก็มีการทำท่าจะกระโดดลงมาจากอาคารเรียนผู้คนที่เห็นเหตุการณ์จึงพากันไปเกลี้ยกล่อมให้นางสาวอรสานั้น

 

คลายความเครียดลงและให้ลงมาพูดคุยกันซึ่งใช้ระยะเวลาในการเกลี้ยกล่อมสักพักนางสาว อรสาก็ได้เล่าถึงสาเหตุของปัญหาที่ทำให้เธอเกิดอาการเครียดจนต้องฆ่าตัวตายว่าเธอถูกนายจ้างโกงเงินค่าทำงานซึ่งเธอนั้นไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียวทำให้เธอเกิดความเครียดเธอระบุว่าเธอมีลูก 1 คนจำเป็นต้องส่งเงินไปให้ลูกใช้แต่เนื่องจากมาทำงานแล้วไม่มีเงินแม้แต่เงินกินข้าวเราจะมีความคิดที่จะเดินเท้ากลับบ้าน

แต่เมื่อมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยพบว่าเธอนั้นหิวข้าวแล้วหิวน้ำมากแต่ไม่มีเงินซื้อกินทำให้เธอเกิดความเครียดและแอบเข้ามาในอาคารเรียนเพื่อหวังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายแต่ก็มีคนมาพบเสียก่อนเมื่อทางคณะครูอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทราบเรื่องจึงได้มีการรวบรวมเงินให้การช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาทพร้อมทั้งประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไปส่งหญิงสาวขึ้นรถประจำทางอย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบประวัติของนางสาวอรสาย้อนหลังพบว่าเธอนั้น

มีประวัติเกี่ยวกับเรื่องของการขู่ฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องเงินช่วยเหลือมาแล้วหลายจังหวัดซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลพบว่านางสาวอรสานั้นได้มีการแสดงบทบาทจะฆ่าตัวตายมาแล้วทั้งสิ้น 14 ครั้งรวมครั้งนี้ที่มีการจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายที่มหาวิทยาลัยแพร่ก็เป็นครั้งที่ 15 แล้วและหลังจากที่คณะของอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแพร่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้มีการรวมตัวกันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อต้องการเอาผิดนางสาวอรสาโดยทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าพฤติกรรมของนางสาวอรสานั้นเป็นพฤติกรรมของผู้ที่หลอกลวงเห็นความสงสารของคนอื่นแล้ว

นำมาใช้ในทางที่ผิดเป็นลักษณะของการต้มตุ๋นดังนั้นจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาผิดนางสาวอรสาเพื่อที่จะได้ให้นางสาวอรสานั้นจะจำเป็นบทเรียนและไม่ไปก่อเหตุแบบนี้กับที่ไหนอีก  สำหรับคนในสมัยนี้มีมากมายที่ใช้ความสงสารของคนอื่นมาเป็นตัวช่วยทำให้ตัวเองได้เงินมาใช้โดยที่ไม่ต้องลงทุนทำงานเลย ดังนั้นก่อนที่จะช่วยเหลือใครควรจะหาข้อมุลก่อน

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

           เมื่อวันที่ 3 เดือน ตุลาคม ปี พ.ศ. 2563  ซึ่งเป็นช่วงเวลาค่ำแล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ที่เธอได้ประสบมาขณะที่กำลังช็อปปิ้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์  สาขา งามวงศ์วาน  เธอบอกว่าขณะที่เธอกำลังช็อปปิ้งนั้นเป็นช่วงที่ค่ำแล้วโดยเธอช้อปปิ้งอยู่ที่บริเวณชั้น G ของห้าง

         ขณะที่เธอและแฟนของเธอกำลังช็อปปิ้งกันอยู่นั้นปรากฏว่าได้ยินเสียงคนร้องโวยวายภายในบริเวณห้างและมีการวิ่งหนีโดยบางคนก็ตะโกนให้คนภายในห้างพากันหาที่ซ่อนเนื่องจากว่ามีชายคนหนึ่งใส่ชุดลายพรางคล้ายทหารและมีอาการคล้ายคนเสียสติกำลังวิ่งเอามีดไล่แทงคนภายในห้างที่อยู่บริเวณชั้น G   ซึ่งขณะที่เธอยืนอยู่ตรงบริเวณร้านมอสเบอร์เกอร์อยู่นั้นคนร้ายเขาวิ่งมาถึงบริเวณแถวร้านแอนตี้แอนแล้ว

        เธอบอกว่าเหตุการณ์ในขณะนั้นจำนวนมากผู้คนต่างพากันวิ่งหาที่ซ่อนโดยตัวเธอเองนั้นก็วิ่งหาที่ซ่อนตรงบริเวณห้องน้ำขังตัวเองอยู่ภายในพร้อมทั้งโทรแจ้ง  จส. 100 ให้ช่วยประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ขณะนั้นมีคนซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำหลายคนทุกคนต่างพากันหวาดกลัวโดยไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกจากที่เคยเกิดขึ้นที่ห้าง Terminal 21 ที่โคราชมาแล้วหลายคนกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซึ่งตัวเองก็กลัวเป็นอย่างมากทุกคนต่างพากันปิดเสียงเงียบเพราะเกรงว่าคนร้ายจะได้ยินเสียงและมาทำร้ายถึงในห้องน้ำ 

           อย่างไรก็แล้วแต่หากที่เธอรออยู่ในห้องน้ำได้ประมาณ 5-10 นาทีเธอก็ได้รับการติดต่อเข้ามาจากทางเจ้าหน้าที่ของจส 100 ได้โทรมาแจ้งให้เธอทราบว่าขณะนี้ภายนอกได้มีการจับตัวคนร้ายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคนร้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่ของห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วานนั้นทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         เธอและคนอื่นเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้ออกมาจากห้องน้ำซึ่งพอออกมาถึงเหตุการณ์ก็สงบแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเธอไม่ทราบสาเหตุเหมือนกันว่าชายคนดังกล่าวคุ้มข้างเพราะเหตุผลอะไรแต่ก็มีบางคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการที่ถูกชายคนดังกล่าวนั้นใช้มีดแทงซึ่งได้มีการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้ๆแล้ว

         ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนชายคนดังกล่าวถึงสาเหตุที่ออกมาอาละวาดใช้มีดไล่แทงคนอื่นในห้างสรรพสินค้าแบบนี้และคงต้องดูว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet บนมือถือ

        เกิดเหตุการณ์คลื่นที่จังหวัดสมุทรปราการโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์เมื่อมีคลิปจากกล้องวงจรปิดของโรงงานแห่งหนึ่งได้ออกมาโพสต์เหตุการณ์ที่คนงานนั้นถูกเหล็กร่วงทับใส่ซึ่งเหล็กดังกล่าวนั้นหนักถึง 3 ตันซึ่งเหตุการณ์ที่มีการพบกันนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563 โดยโรงงานแห่งนี้อยู่ที่บริเวณแถวย่านบางแก้วเป็นโรงงานที่ทำเกี่ยวกับเหล็กโดยตรง

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าพนักงานคนหนึ่งกำลังทำงานตามปกติของเขาเองแต่อยู่ดีๆเหล็กซึ่งเป็นเหล็กม้วนซึ่งมีการวางไว้อยู่บริเวณข้างกำแพงถ้าเกิดล้มลงมาทำให้พนักงานที่ทำงานอยู่ตรงบริเวณดังกล่าวนั้นได้รับบาดเจ็บโดยเหล็กมีความหนักมากกว่า 3 ตันและหลังจากที่เหตุการณ์เหล็กม้วนลงมาทับคนงานจะได้รับบาดเจ็บนั้น

ก็มีคนประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อนำร่างคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแต่ปรากฏว่าเมื่อกู้ภัยมาถึงนั้นคนงานคนดังกล่าวก็เสียชีวิตไปแล้วเนื่องจากว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสและจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นทำให้พบว่าร่างกายของคนงานนั้นกระดูกหักหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นขาและลำตัวรวมถึงบริเวณสะโพก

       สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวโซเชียลที่ได้เห็นรูปภาพในคลิปต่างก็แสดงความเสียใจกับคนที่เกิดอุบัติเหตุเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครตั้งใจทำให้เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นที่โรงงานนั้นมีมาตรฐานความปลอดภัยในการจัดเก็บเหล็กที่ไม่ดีอีกครั้งถ้าดูจากไทม์ไลน์ในกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่าคนงานถูกเหล็กทับไปหลายนาทีกว่าที่จะมีเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือซึ่งระหว่างนั้นคนงานน่าเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมากและหลายคนมองว่าหากมีระบบความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเร็วกว่านี้ไม่แน่ว่าคนงานชายดังกล่าวนั้นอาจจะไม่เสียชีวิตก็ได้

          สำหรับอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลาดังนั้นการทำงานไม่ว่าจะเป็นงานที่ไหนโรงงานอะไรก็มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้นผู้ที่ทำงานจึงควรระมัดระวังในการทำงานทุกครั้งเพราะเหตุการณ์ที่คนงานได้รับอันตรายจากอุปกรณ์ภายในโรงงานนั้นมีออกมาค่อนข้างบ่อยซึ่งบางครั้งก็เกิดจากที่ตัวคนงานเองที่ไม่ระวัง และประมาทจนเกินไปทำให้เกิดอันตรายกับตนเอง

แต่บางครั้งก็อาจเกิดจากอุปกรณ์ภายในโรงงานนั้นเกิดความชำรุดหรือโรงงานไม่มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่ดีดังนั้นไม่ว่าจะเกิดจากกรณีไหนทางด้านโรงงานและคนงานก็ควรจะต้องมีการ ดูแลความปลอดภัยภายในโรงงานให้ดีโรงงานเองก็ควรจะมีการตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและควรจะมีการปฐมพยาบาลฉุกเฉินเอาไว้กรณีที่เผื่อว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในโรงงานจะได้มีการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น

ก่อนที่จะส่งถึงมือหมอและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตให้กับคนที่ประสบอุบัติเหตุได้ด้วยส่วนคนงานเองก็ควรจะต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและไม่ประมาททุกครั้งที่มีการเข้ามาทำงานตรงจุดที่มีความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

 

สนับสนุนโดย  ae บาคาร่า

         เกิดเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจเกิดขึ้น กับหญิงชราคนหนึ่งอายุ 63 ปี  ซึ่งในหญิงชราคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงแล้วแต่เหตุการณ์น่าประทับใจนั้นได้มีการส่งต่อมาจากลูกหลานของเธอที่ได้เล่าให้กับผู้สื่อข่าวได้ฟัง  โดยหญิงชราซึ่งเป็นผู้สร้างความประทับใจนั้นเป็นคนจังหวัดสมุทรปราการอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลในคลองบางปลากด  โดยเหตุการณ์ที่น่าประทับใจนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่หญิงชราวัย 63 ปีเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ 

      ซึ่งในงานศพของหญิงชราวัย 63 ปีนั้นญาติพี่น้องของหญิงชราได้มีการขนทั้งพัดลม  หม้อหุงข้าว  เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นเตารีดหรือแม้แต่กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้าอีกทั้งยังมีพวกช้อนและผ้าขนหนูผ้าเช็ดหน้าและข้าวของอื่นๆอีกมากมายนับรวมแล้วมากกว่า 1000 ชิ้นมาไว้ที่ศาลาสวดศพรวมถึงยังมีเงินอีกจำนวน 20,000 บาทด้วย

      โดยครอบครัวของหญิงชราที่เสียชีวิตบอกว่าข้าวของเหล่านี้ที่ขนมาไว้ที่ศาลาสวดศพนั้นเป็นข้าวของที่หญิงชราได้มีการสะสมเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตโดยเริ่มต้นสะสมมาตั้งแต่ปีพศ 2543 ซึ่งถ้านับจนถึงปัจจุบันนี้ในวันที่เสียชีวิตก็เป็นระยะเวลาประมาณ 20 ปีแล้ว  ส่วนสาเหตุที่หญิงชราสะสมข้าวของต่างๆเหล่านี้ก็เพื่อต้องการที่จะเอาไว้มาเป็นของชำร่วยในงานศพของตนเองซึ่งเธอต้องการที่จะนำเข้าของเหล่านี้ไปบริจาคให้กับผู้ที่ยากไร้เพื่อเป็นการทำบุญให้กับศพของตนเอง

       โดยหญิงชรานั้นมีการสะสมข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้มาตั้งแต่เริ่มรู้ตัวว่าตนเองป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ซึ่งเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ดังนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อมีเงินรายได้เข้ามาหญิงชราก็จะแบ่งซื้อข้าวของเครื่องใช้เก็บสะสมเอาไว้เมื่อเอาไว้บริจาคในช่วงบั้นปลายชีวิตของเธอนั้นเอง 

       ทางด้านญาติของหญิงชราได้บอกว่าหลังจากที่มีการเผาศพเรียบร้อยแล้วจะนำพัดลมและข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ไปบริจาคตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นศูนย์เด็กเล็กหรือโรงพยาบาลหรือตามจุดต่างๆที่ขาดแคลนเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับหญิงชราที่เสียชีวิตไป

       นับได้ว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเองและเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมากเพราะยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ยังขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคนที่ยากไร้  และคนจนทั้งหลาย  ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าผลบุญนี้จะส่งผลให้ผู้ที่เสียชีวิตนั้นมีความสุขสมหวังที่มีการตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ae บาคาร่า