เจ้าของหอเช่าน่ารัก  ติดป้ายบอกผู้เช่าไม่เก็บค่าเช่า เพราะเราจะก้าวผ่านบริษัท ไปด้วยกัน

        ทางกลางความวาดกลัวความสิ้นหวังรวมถึงความเศร้าหมองก็ยังมีสิ่งดีๆเข้ามาให้กับคนบางคนได้ชื่นฉ่ำหัวใจอย่างเจ้าของหอพักรายนึงที่มีการออกมาดูแลผู้เช่าห้องพักของตนเองด้วยการนำกระดาษมาเขียนติดประกาศเอาไว้ถึงผู้เช่าทุกคนว่าจะช่วยเหลือผู้เช่าด้วยการลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ผู้เช่าแต่ละคนกำลังประสบปัญหาการว่างงานและไม่มีงานทำซึ่งเป็นสาเหตุมาจากรัฐบาลประกาศให้หยุดงาน

เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าดังนั้นทางเจ้าของห้องเช่าจึงได้แจ้งกับทางผู้เช่าทุกคนว่าจะไม่เก็บเงินค่าเช่าของเดือนเมษายนซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ดีที่สุดในขณะนี้ก็หลายคนเช็คได้ว่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามากเพราะทางรัฐบาลเองก็ได้มีการประกาศให้สถานที่ต่างๆหลายแห่งปิดบริการรวมถึงเมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19แล้ว

เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ยิ่งซบเซาลง  บริษัทหลายบริษัทได้มีการปิดตัวลงไปหรือหากบริษัทไหนไม่มีติดตัวก็มีการขอลดเงินเดือนพนักงานลงส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนทุกคน ที่แทบ จะไม่เหลือเงินผ่อนบ้านผ่อนรถคือจ่ายค่าบัตรเครดิตเลยด้วยซ้ำ  สำหรับอพาร์ทเม้นท์ที่มีเจ้าของจิตใจดีและน่ารักแบบนี้เป็นอพาร์ทเม้นท์ที่ตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง 50 

โดยเจ้าของอพาร์ทเม้นท์นั้นคืออาจารย์ ดร. กิติมา  ปรีดีดิลก  ซึ่งได้ออกมาบอกกล่าวกับผู้เช่าอพาร์ทเม้นท์ของตนเองว่าจะมีการดูแลค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าเดือนเมษายนให้กับผู้เช่าทุกห้องที่มีการเช่าอพาร์ตเมนต์ของอาจารย์อยู่สร้างความดีใจให้กับผู้เช่าเป็นอย่างมากจนมีผู้เช่าได้ถ่ายรูปการติดป้ายประกาศนี้ไว้

และนำไปแชร์เพื่อบอกกล่าวสิ่งดีๆให้กับชาวโซเชียลได้รู้และได้ชื่นชมถึงความเป็นคนดีมีจิตใจเมตตาของอาจารย์คนดังกล่าวเนื่องจากในสถานการณ์เช่นนี้หลายคนได้รับความลำบาก  ทั้งนี้เมื่อผู้เช่าเองได้รับความเห็นใจและได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ก็ถือได้ว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้เช่าได้อีกช่องทางหนึ่ง 

    การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังมีการแพร่อย่างต่อเนื่องเพราะอะไรคนมักไม่เข้าใจว่าควรจะป้องกันตนเองและดูแลตนเองอย่างไรดังนั้นเพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้ก็ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะต้องถูกสั่งให้หยุดงานแบบนี้ไปเรื่อยๆนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าประชาชนจะไม่มีเงินในการนำมาเป็นค่าใช้จ่ายอีกหลายเดือน

ดังนั้นทุกคนจึงต้องร่วมมือกันในการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona เพื่อที่ประชาชนทุกคนจะได้หันกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายไม่ต้องลำบากอดมื้อกินมื้ออย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

         เป็นเรื่องที่น่าดีใจ พี่ยังมีคนเห็นความสำคัญของการป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  และควรนำมาเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับบุคคลที่น่าชื่นชมนี้ก็คือชาวกะเหรี่ยงทั้ง 4 หมู่บ้านของจังหวัด หมู่บ้านของจังหวัดน่านลำพูนซึ่งมีความคิดเห็นตรงกันในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19เข้าไปในบ้านของตนเองโดยทุกคนต่างพร้อมใจกัน

ทำการปิดกั้นไม่ให้คนนอกเข้าไปในหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือใครก็ตามแต่ส่วนคนในหมู่บ้านสามารถเดินทางออกไปซื้อของหรือไปรับจ้างทำงานนอกหมู่บ้านได้แต่พวกเขาก็มีการตกลงร่วมกันว่าหากใครที่ออกไปนอกหมู่บ้านและต้องการที่จะเดินทางเข้าหมู่บ้านก่อนที่เขาจะมีการเข้าหมู่บ้านพวกเขาเหล่านั้นจะต้องมีการทำความสะอาดมือด้วยการใช้เจลล้างมือ

รวมถึงจะมีคนคอยดูแลในการวัดไข้ก่อนจะให้ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านได้ซึ่งถือว่าการกระทำเช่นนี้คือการบล็อกดาวฯ์กักตัวเองอยู่แต่ในหมุู่บ้าน  หากถามว่าชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้เดือดร้อนหรือไม่ที่มีการควบคุมจำนวนประชากรในหมู่บ้านตนเองไม่ให้ออกไปข้างนอกหมู่บ้านรวมถึงไม่ให้คนนอกหมู่บ้านเข้ามาในหมู่บ้านของตนเองทางชาวกะเหรี่ยงต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกเบื่อน้อยใจ

แต่อย่างไรเพราะโดยปกติแล้วคนในหมู่บ้านต่างก็มีอาชีพทำไร่ทำนาและไม่ได้เดินทางไปที่ไหนกันมากอยู่แล้วส่วนใหญ่ถ้าเดินทางออกนอกหมู่บ้านก็คือไปทำงานรับจ้างทั่วไปและอาจจะมีการออกไปซื้อของเข้ามาเป็นของกินของใช้แต่หากช่วงนี้มีวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาพวกชาวกะเหรี่ยงก็พร้อมที่จะดูแลตนเองด้วยการอยู่แต่ในหมู่บ้านและไม่ให้คนนอกเข้ามาแพร่เชื้อไวรัสให้กับคนในหมู่บ้านได้

ซึ่งทั้งนี้บุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านของทั้ง 4 หมู่บ้านนี้ได้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการเท่านั้นซึ่งถึงว่าชาวกะเหรี่ยงมีความคิดดีที่จะดูแลคนในหมู่บ้านตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส  แตกต่างจากคนไทยที่แม้จะมีการประชาสัมพันธ์มากแค่ไหนแต่ก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือยังคงพยายามหลบหนีออกจากบ้านเพื่อไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ 

ซึ่งคนไทยควรจะดูไว้เป็นเยี่ยงอย่างในการดูแลหมู่บ้านของตนเองให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด-19เชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นเชื้อไวรัสที่อันตรายและยังไม่มียาที่จะรักษาให้หายดังนั้นทุกคนควรจะร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะหยุดยั้งไม่ให้เชื่อไวรัสโควิด-19ลุกลามไปมากกว่านี้ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือทุกคนควรจะต้องพร้อมใจกันเก็บตัวเอง

อยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปในบริเวณพื้นที่เสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสได้ และเพาะประชาชนของคนจังหวัดลำพูนร่วมแรงร่วมใจกันอย่างนี้นี่เองดังนั้นจังหวัดลำพูนจึงเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเลย 

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าเว็บไหนดี 2020

   บ้านผูกคอ เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นที่ทำให้นักข่าวต้องลงไปสำรวจพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามความเป็นมาของข่าวดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดจังหวัดเพชรบูรณ์เหตุการณ์ครั้งนี้เนื่องจากสาเหตุว่ามีชายพิการขาขาด 2 ข้างคนหนึ่งไว้อยู่ที่ 77 ปีได้พยายามผูกคอตายในห้องน้ำแต่บังเอิญว่าญาติมาเจอและช่วยเหลือได้เสียก่อน

ซึ่งหลังจากที่มีการช่วยเหลือชายพิการคนดังกล่าวออกมาได้แล้วก็สอบถามถึงเหตุผลที่ใช้บริการคนดังกล่าวจะผูกคอฆ่าตัวตายเนื่องจากโดยปกติแล้วแต่พิการเป็นคนอัธยาศัยดีไม่มีเรื่องที่ต้องทุกข์ร้อนใจแต่อย่างใด

     ซึ่งตาพิการขาก็ได้ให้เหตุผลว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจฆ่าตัวตายแต่เนื่องจากว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งมาสั่งให้ผูกคอตายซึ่งตนเองก็ไม่สามารถขัดขืนได้จึงได้ดำเนินการดังกล่าวโดยคุณตาพิการขาเล่าให้กับนักข่าวฟังว่าตนเองอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวซึ่งทำที่พักเป็นเพลิงเอาไว้โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่ของน้องสาวซึ่งมีอายุประมาณ 60 ปี

ส่วนภรรยาและลูกต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่กันหมดแล้วโดยคุณตาพิการขาคนนี้มีอาชีพ เลี้ยงปลาขายซึ่งขนตาเป็นคนสติสมประกอบทุกอย่างไม่ได้เป็นคนโรคจิตหรือเป็นคนเสียสติที่เกิดเหตุคุณตาก็นั่งอยู่ที่บ้านคนเดียวซึ่งระหว่างประมาณเที่ยงวันคุณตาได้ล่ะว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสะสวยแต่งชุดไทยด้วยผ้าสไบสีฟ้าเดินเข้ามาหาแล้ว

ก็บอกคุณตาว่าตามหามานานแล้วต้องการที่จะให้คุณตาไปอยู่ด้วยกันหลังจากนั้นเธอก็ชักชวนตาขาพิการให้เดินตามเธอไป ซึ่งตาขาพิการบอกว่าตัวเองไม่สามารถขัดขืนได้และรู้สึกงงๆเบลอๆทานตามเข้าไปในห้องน้ำหลังจากนั้นหญิงสาวที่ใส่สไบสีฟ้าก็บอกให้ตาเอาสายไฟที่เป็นสายชาร์จแบตเตอรี่ไปผูกไว้กับประตูและให้อีกข้าง

นึงมาคล้องคอตัวตาเองหลังจากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวยังบอกให้ตาที่พิการขาขาดไปร่ำลากับหลานสาวซึ่งระหว่างที่มีการโทรคุยกับหลานนั้นอาการพิการบอกว่าเริ่มรู้สึกได้ถึงการรับแน่นของเชือกหลังจากนั้นสติก็ดับวูบไปและไม่รู้ตัวอีกทีก็เมื่อมีคนพยายามเรียกให้ตนเองฟื้นขึ้นมาซึ่งหลายคนก็ต่างเข้ามาสอบถามด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับเหตุผลที่ผูกคอตาย

โดยคุณตายยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องทุกข์ใจอะไรเพียงแต่ว่ามีหญิงสาวหรือสีฟ้ามาบอกให้ผูกคอตายแล้วมีจิตเป็นตาให้คุณตาทำตามเท่านั้นเองเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจารย์อ๊อดซึ่งเป็นเจ้าสำนักเกี่ยวกับเรื่องของวิญญาณชื่อดังได้เดินทางเข้ามาทำพิธีไล่วิญญาณให้เรียบร้อยแล้วยังบอกอีกว่าวิญญาณผีสาวคนดังกล่าวเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณตาที่เป็นยามตามหาคุณตามาโดยตลอดจึงอยากจะให้คุณตาไปอยู่ด้วยซึ่งตอนนี้ทางอาจารย์ได้มีการสวดศพไร้วิญญาณและสิ่งชั่วร้ายออกไปจากบ้านหลังที่คุณตาอยู่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

          โจรหื่นบุกอาละวาด ประชุมครั้งที่ผ่านมาของวันที่ 10 เดือนเมษายนปี .พศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจบางบัวทองจังหวัดนนทบุรีได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายบุกเข้ามาบ้านที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนแห่งหนึ่งในเขตตำบลพิมลราชหวังจะข่มขืนหญิงชราอายุประมาณ 65 ปีชื่อว่านางประจวบโดยเบื้องต้นทางประจวบได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าคนร้ายได้เอาทรัพย์สินไปด้วยและทำร้ายร่างกาย

โดยบุกเข้ามาทำลายเมื่อช่วงเวลาประมาณ 2:00 นของคืนวันที่ 10 เดือนเมษายน ประจวบเล่าเหตุการณ์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าได้ขึ้นวันเกิดเหตุนั้นนำประจวบได้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวคนเดียวซึ่งปกติแล้วจะมีลูกๆ อยู่อาศัยด้วยแต่เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ลูกๆอยู่ต่างจังหวัดและติดประกาศเรื่องของการกักตัวไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาในกรุงเทพฯ

ทำให้ลูกไม่สามารถเข้ามาอยู่ด้วยกันในช่วงนี้ได้โดยนางประจวบเล่าว่า เมื่อคืนขณะที่นอนหลับอยู่ที่ชั้นล่างของบ้านซึ่งดูนาฬิกาแล้วน่าจะช่วงเวลาประมาณ 02:00 น. นางประจวบได้ยินเสียงคล้ายๆคนเปิดประตูจึงทำให้น้ำกระจกรู้สึกตัวและเมื่อมองดูดีๆก็เห็นว่ามีคนรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านพอคนร้ายเห็นว่านางประจวบตื่นคนร้ายก็ตรงเข้ามาต่อยและทำร้ายร่างกายจนนางประจวบ- ล้มลงไปกับพื้นหลังจากที่ปล่อยเรียบร้อยแล้วคนร้ายก็กระชาก

  ชุดที่นางประจวบใส่อยู่ เชื่อว่าคนร้ายน่าหวังจะข่มขืนนางประจวบจึงได้ยกมือไหว้ขอร้องคนร้ายไม่ให้ทำหลังจากนั้นคนร้ายก็เปลี่ยนไปเลยบอกนางประจวบว่าห้ามส่งเสียงดังอีกทั้งยังให้นางประจวบไปทำการเอาเงินสดมาให้  ทำให้นางประจวบเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าเป็นเงินทั้งหมด 7,000 บาทส่งให้กับคนร้ายหลังจากคนร้ายได้เงินไปเรียบร้อยแล้ว

ก็หลบหนีไปหลังจากนั้นนางประจวบจึงรอให้เช้าแล้วจึงเดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อทำการแจ้งความโดยนางประจวบได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องการให้ช่วยตามจับคนร้ายอย่างเร่งด่วนเนื่องจากตอนนี้ตนเองอยู่ที่บ้านคนเดียวไม่มีลูกๆคอยอยู่ด้วยและดูเหมือนว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของคนภายในบ้านเป็นอย่างดีและรู้ด้วยว่าตอนนี้เธออยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวคนเดียวจึงได้บุกเข้ามาทำร้าย

ซึ่งเธอกลัวว่าหากปล่อยทิ้งไว้แล้วยังไม่มีการตามจับส่งตัวคนร้ายมาลงโทษคนร้ายอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้งหนึ่งก็ได้ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้  ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนร้ายชุกชุมมากเพราะต่างก็ไม่มีงานทำกันเยอะ 

 

 

ขอขอบคุณ    ีดฟิำะ   ที่ให้การสนับสนุน

    สามียิงภรรยา ที่จังหวัดระยอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีสามี – ภรรยาคู่หนึ่งก่อเหตุฆ่ากันตาย โดยเมื่อทางเจ้าหน้าทีเดินทางไปถึงพบว่าทั้งคู่เสียชีวิตอยู่ใกล้ใกล้กัน โดยลักษณะของศพนั้นฝ่ายหญิงจะนอนอยู่บนตักฝ่ายชายโดยมีการถูกยิงแถวบริเวณหน้าอกส่วนฝ่ายชายนั้นนอนล้มอยู่ใกล้ๆกับฝ่ายหญิงโดยมีลักษณะของบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงที่ศีรษะซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าฝ่ายชายน่าจะยิงฝ่ายหญิงก่อนหลัง

จากนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม และสำหรับข่าวในครั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถามกับเพื่อนบ้านของสามี – ภรรยาคู่นี้ โดยถามเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่าปกติแล้วฝ่ายสามีเป็นคนดีมากขยันทำมาหากินและรักภรรยาดีทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คนแต่เมื่อไม่นานมานี้ทางฝั่งพัทยาได้มีการมาขอร้องฝ่ายสามีว่าขอแยกทางกันและภรรยาต้องการที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น

ซึ่งเพื่อนบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุนี้หรือไม่ที่เป็นเหตุผลที่ทำให้สามีต้องยิงภรรยาถึงเสียชีวิตและฆ่าตัวเองตายตาม ได้ยังมีเพื่อนได้อีกหนึ่งคนที่ให้ข้อมูลกับนักข่าวว่าตัวเองรู้จักทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตโดยฝ่ายชายไม่เคยมาปล่อยให้ฟังว่าฝ่ายหญิงต้องการที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นเลยแยกกันอยู่ชั่วคราวก่อน

แต่ฝ่ายชายเกิดระแวงว่าฝ่ายหญิงจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วไม่ยอมกลับมาอยู่กับตนเองอีก ซึ่งฝ่ายชายยังเคยเปรยขึ้นมาว่าถ้าหากฝ่ายหญิงย้ายออกไปแล้วไม่ย้ายกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้งคนเองอาจจะต้องตายแน่ๆซึ่งทำเพื่อนก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นการพูดระบายความในใจออกไปเท่านั้น แต่อยู่อยู่ในช่วงกลางคืนตอนประมาณสองทุ่มครึ่งกลับได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด 

ซึ่งคาดว่าฝ่ายชายน่าจะยิงภรรยาเสียชีวิตแล้วหลังจากที่ปืนนัดแรกดังไปไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัดซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่ฝ่ายชายยิงตนเองจนเสียชีวิตเลยเพื่อนบ้านคนดังกล่าวบอกว่าโดยปกติแล้วไม่เคยเห็นฝ่ายชายพกปืนแต่ก็ไม่ทราบว่าฝ่ายชายไปเอาปืนมาจากที่ไหน ถ้านักข่าวยังไปเจอเพื่อนของผู้ก่อเหตุทั้งคู่อีกคนหนึ่ง

ซึ่งคนนี้อยู่ในเหตุการณ์ขนาดที่ฝ่ายชายยิงฝ่ายหญิงด้วยโดยเธอได้เล่าว่าเมื่อคืนเธอได้ไปกินส้มตำที่บ้านของคนทั้งคู่ซึ่งขณะที่กินส้มตำกันอยู่นั้นก็ไม่ได้มีทีท่าว่าทั้งสามีและภรรยาคู่นี้จะทะเลาะกันเลยในระหว่างที่นั่งกินส้มตำกันอยู่นั้นอยู่ฝ่ายชายก็พูดขึ้นมาว่าส้มตำไม่อร่อยหลังจากนั้นก็ชักปืนออกมาแล้วยิงไปที่ภรรยาของตนเองทันทีและเมื่อภรรยาของตัวเองล้มลงฝ่ายชายก็น่าจะสำนึกผิดเพราะได้วิ่งเข้าไปกอดภรรยาของตนเองแล้วร้องไห้หลังจากนั้นก็ก่อเหตุนำปืนออกมายิงตนเองจนเสียชีวิตไปตามภรรยาไป 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เวปยูฟ่าเบท

โควิด-19 มีเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งที่เพื่อนบ้านทนไม่ไหวถึงขนาดต้องถ่ายรูปและอัดคลิปส่งมาเล่าให้กับ Facebook ของไทยรัฐทีวีเพื่อช่วยประสานงานให้เข้าไปช่วยเหลือตากับยายคู่หนึ่งซึ่งถูกลูกชายไล่ออกมานอนนอกบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ชาวบ้านคนที่โพสต์ข้อความถึงไทยรัฐทีวีได้มีการเล่าเข้ามาใน Facebook ว่าบ้านหลังดังกล่าวมีพ่อที่แก่ชราแล้วอายุ 70 ปีและแม่วัย 68 ปี

ถูกลูกชายที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันขับไล่ออกมาให้มานอนอยู่นอกบ้านสาเหตุนั่นเพราะเกิดจากแม่อายุ 68 ปีได้ไปช่วยเหลือชาวบ้านเย็บหน้ากากอนามัยเพื่อแจกให้กับคนในชุมชนเมื่อลูกชายรู้เรื่องก็โกรธกลัวว่าแม่จะไปเอาเชื้อไวรัสโควิด-19มาติดคนในบ้านจึงได้ทำการไล่พ่อกับแม่ออกมานอนนอกบ้านซึ่งพ่อวัย 70 ปีนั้น

ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และป่วยเป็นพากินสัน อีกด้วย ถ้านักข่าวจะได้ลงพื้นที่เพื่อไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไรกันแน่ ซึ่งเมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุก็ไปพบกับลูกชายของเจ้าของบ้านที่เป็นคนที่ไล่พ่อกับแม่ออกมานอนนอกบ้านโดยลูกชายได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองไม่เคยไล่พ่อไล่แม่ออกมานอนนอกบ้านเพราะตนเองก็รักพ่อแม่มากแต่ที่พ่อต้องออกมานอนนอกบ้านนั้นเป็นเพราะว่าพ่อมีอาการทางประสาทแล้วมักจะทำร้ายแม่ที่แก่ชรารวมถึงขู่จะเผาบ้านและขู่ทำร้ายลูกสาวที่อายุแค่เพียง 5 ขวบ

จึงต้องให้พ่อออกมานอนนอกบ้าน ซึ่งนักข่าวเองก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์พ่อกับแม่ที่ถูกขับไล่ออกมานอนนอกบ้านโดยผู้เป็นแม่วัย 68 ปีได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวทั้งน้ำตารับว่าความจริงคือในวันเกิดเหตุนั้นคือวันที่ 6 เมษายนตนเองได้ออกไปนอกบ้านเพื่อไปทำงานจิตอาสาไปช่วยชาวบ้านเย็บหน้ากากอนามัยเพื่อเอาไปแจกให้กับคนในชุมชนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19

หลังจากกลับมาถึงบ้านในช่วงประมาณ 17:00 นก็พบว่าสามีถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้นอกบ้านจึงได้เดินเข้าไปถามลูกชายที่อยู่ในบ้านว่าทำไมพ่อถึงอยู่หน้าบ้านซึ่งทางลูกชายเมื่อรู้ว่าแม่ของตนเองไปทำงานก็กลัวว่าจะเอาเชื้อไวรัสโควิด-19 มาติดคนในบ้านด้วย  จึงได้ขับไล่แม่ของตนเองออกมานอนนอกบ้านด้วยอีกคนนึง

ซึ่งตัวแม่นั้นได้ไปถามเพื่อนบ้านจะได้รู้ว่าสามีถูกไล่ออกมานอกบ้านตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงแล้วและลูกชายไม่ยอมให้เข้าบ้านอีกเลย  หลายคนเป็นแม่จึงค่อยค่อยปีนเข้าบ้านแล้วขนของออกจากบ้านมาครั้งละชิ้นสองชิ้นเพื่อนำผ้าและมุ้งมากางนอนอยู่หน้าบ้าน   ซึ่งคนเป็นแม่อย่างเราทั้งน้ำตาให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่าแม้แต่จะเข้าห้องน้ำลูกชายก็ไม่ยอมให้เข้าต้องไปหาที่เข้าห้องน้ำ

ที่อื่นเองตอนนี้ลำบากมากเธอยังบอกอีกว่าเธอรักลูกชายมากเลี้ยงลูกชายมาอย่างดีตลอดแต่พอลูกชายแต่งงานมีครอบครัวนิสัยก็เปลี่ยนไป   

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   SA gaming 1688

ตั้งวงกินเหล้าไม่ยอมกักตัว  จากกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีการประกาศขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าต่างๆรวมถึงสถานบันเทิงแหล่งบริการหรือแม้แต่ตลาดสดให้ปิดบริการชั่วคราวไปก่อนในช่วงนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังมีการแพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ในตอนนี้นั้นส่งผลให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯและปริมณฑลต้องเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดของตนเอง

เพราะไม่มีงานทำเนื่องจากว่าที่ทำงานได้มีการติดตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯไปดังนั้นส่วนใหญ่เมื่อไม่มีงานทำจึงต้องกลับมาหางานทำที่บ้านเกิดของตนเองและสิ่งหนึ่งที่กำลังพบปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็คือการไม่ให้ความร่วมมือของประชาชนที่เดินทางไปถึงบ้านเกิดของตนเองแล้วทางรัฐบาลประกาศให้มีการกักตนเองอยู่แต่ในบริเวณบ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน

แต่พบว่ายังมีชาวบ้านบางกลุ่มที่ไม่ทำตามนโยบายที่รัฐบาลมีให้ยังคงเดินทางออกไปท่องเที่ยวรวมถึงรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆอย่างเช่นการขึ้นบ้านใหม่ซึ่งเคยมีข่าวไปก่อนหน้านี้จนมีเรื่องกับการข้าราชการที่เข้าไปขอร้องให้หยุดการจัดงานรวมถึงการพากันไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นท้องทะเลจึงจากว่าอากาศที่ร้อนอบอ้าวชาวบ้านจึงอยากจะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆจนเป็นเหตุให้ทางว่าราชการจังหวัด ของจังหวัดนั้นๆ

มาขอร้องให้แยกย้ายกันไปเพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังเข้าวันนี้ก็เป็นของจังหวัดเชียงรายซึ่งมีคลิปชายคนหนึ่งได้ถูกถ่ายออกมาหลังจากที่มีคนเข้าไปพูดให้ใช้คนดังกล่าวเลิกตั้งวงกินเหล้าซึ่งในคลิปจะเห็นว่าชายคนดังกล่าวได้มีการโต้เถียงกับคนที่ถ่ายว่าตนเองก็กักตัวอยู่ในหมู่บ้านแล้วไม่ได้ออกไปไหนแต่ด้วยสภาพที่มีการนำเพื่อนๆมาตั้งวงกินเหล้าเป็นจำนวนมากพร้อมทั้งไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยจึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากัน

ดังนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้สั่งการให้ หัวหน้าหมู่บ้านและนายอำเภอของแต่ละอำเภอช่วยส่งดูแลลูกบ้านให้มีการกักตัวอยู่แต่ในบ้านและไม่สร้างเรื่องไม่จัดกิจกรรมใดๆทั้งสิ้นซึ่งจะส่งผลให้มีการรวมตัวกันของประชาชนโดยในคลิปดังกล่าวมีการโพสต์แล้วนำมาแชร์ลงบน Facebook ทำให้หลายคนที่ได้เห็นภาพต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของชายคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

และในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เดินทางมาเชิญตัวชายคนดังกล่าวเป็นรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำผิดทางกฎหมายที่มีการต่อต้านนโยบายของรัฐบาลในการที่จะลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   aesexy

พิษโควิดทำชีวิตสิ้นหวัง ผัวตกงานเมียไม่มีที่ขายของไม่มีเงินเลี้ยงลูกผัวเครียดหนักยืนกลางถนนหวังให้รถชนตาย 

            พิษโควิดทำชีวิตสิ้นหวัง เมื่อวันที่ 9 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563  มีพลเมืองดีได้มีการโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่  สภ. เมืองบุรีรัมย์ ว่าพบเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ยืนอยู่กลางถนนทางเดินรถเกรงว่าจะเกิดอันตรายเพราะอาจจะถูกรถชนได้เนื่องจากบริเวณที่ยืนอยู่นั้นเป็นมุมมืดซึ่งบริเวณที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวยืนจะยืนตรงแถวหน้าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลก็บอกมีการเดินทางออกมาที่เกิดเหตุทันทีแต่ยังไม่ทันที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงปรากฏว่าตรงบริเวณที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวยืนรอ

เพื่อจะให้รถชนนั้นมีรถทหารที่กำลังจะออกปฏิบัติงานเพื่อไปทำการตั้งด่านในช่วงเคอร์ฟิวได้ขับรถผ่านมาพอดีซึ่งจังหวะนั้นเพราะทหารเองก็เกือบจะชนกับชายหนุ่มคนดังกล่าวที่ยืนขวางถนนอยู่  เมื่อเห็นว่ามีคนยืนอยู่กลางถนนทหารจึงได้จอดลงแล้วพาออกมาจากกลางถนนเพื่อมาสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยชายหนุ่มคนดังกล่าวได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองว่าตนเองมีอายุ 25 ปีชื่อว่าหลิว 

เลยตัวเองนะมีภรรยาและลูกอยู่ 1 คนที่ต้องมายืนขวางถนนแบบนี้ก็เพราะไม่รู้จะทำยังไงดีคิดไม่ออกเนื่องจากว่าสถานการณ์ตอนนี้ครอบครัวของตนเดือดร้อนเป็นอย่างมากพ่อไม่มีเงินใช้จ่ายโดยตอนนี้ตนเองที่เคยมีอาชีพทำงานก่อสร้างหาเลี้ยงลูกและเมียก็ไม่ค่อยมีเงินมาเลี้ยงดูลูกแล้วเงินที่มีก็ด้วยหรอไม่พอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัวส่วนภรรยาของตนที่เคยทำงานขายของในตลาดนั้นตอนนี้ก็ไม่ได้ขาย

เพราะว่าในการปิดตลาดเดี๋ยวเจ้าของตลาดเกรงว่าจะมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ตอนนี้ไม่ได้มีการขายของภรรยาของตนจึงไม่ได้มีรายได้อีกครั้งตัวเองก็มีลูกน้อยอายุแค่เพียง 2 ขวบเท่านั้นด้วยสถานการณ์ด้านการเงินของครอบครัวในตอนนี้ทำให้ตนเองและภรรยามีเรื่องทะเลาะกันอยู่เป็นประจำเคยลงทะเบียนต้องการเงิน 5,000 บาท

จากโครงการเราไม่ทิ้งกันแต่ก็ยังไม่ได้เงินซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินเพื่อจะเอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทำให้รู้สึกเครียดจึงเดินตามถนนมาเรื่อยๆได้อยู่ๆก็คิดอยากจะให้รถชนให้ตายจึงได้ไปยืนขวางถนนเอาไว้โดยนายหลิวได้บอกกับเราทหารว่าเหตุการณ์ที่ตนเองปีนขวางถนนนั้นเกิดจากความเครียดไม่ได้เกิดจากความกินเหล้าเมา

หรือว่าเกิดจากเสพยาเสพติดอย่างแน่นอนซึ่งเหล่าทหารที่ช่วยเหลือนายหลิวออกมาจากกลางถนนมันก็ต้องพูดปลอบใจให้กำลังใจนายหลิวก็คนอื่นก็มีปัญหาเหมือนกันหมดให้อดทนเดี๋ยวก็จะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   www.ufabet.com ยินดีให้บริการคะ เฮง เฮง นะคะ

           บีบีกันหลอกเป็นM16  ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์คลิปรูปชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายกับทหารหรือตำรวจ เดินสะพานอาวุธปืน และยื่นทะเลาะกับคนที่นั่งอยู่ในรถยนต์คันหนึ่งซึ่งอีกคนนั่งอยู่ในรถเปิดเพียงกระจกเท่านั้น ส่วนชายที่แต่งกายคล้ายคนมีสีก็ยืนอยู่ข้างรถยนต์และมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง แต่ที่สร้างความน่ากลัวให้กับคนที่พบเห็นเหตุการณ์นี้ก็คือ ชายคนมีสีมีการพกอาวุธปืนเอาไว้ด้วย

โดยหลายคนเกรงว่าจะมีเรื่องบานปลายจนถึงขั้นยิงกันได้ โดยเหตุการณ์ในคลิปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในคลิปจะได้ยินเสียงว่าคนในคลิปนั้นเป็นตำรวจ และหลังจากทั้งคู่ได้ทะเลาะกันได้สักพักใหญ่ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไป โดยคนที่ถือปืนก็เดินกลับมาขึ้นรถของตัวเอง

ที่จอดขวางหน้ารถอีกคันไว้แล้วก็ขับรถของตัวเองออกไป ซึ่งเมื่อคลิปนี้มีการเผยแพร่ออกไป ชาวโชเชียลต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับพฤติกรรมของชายคนที่ถือปืน โดยส่วนใหญ่ออกแนวออกมาต่อว่าเสียมากกว่า เพราะหลายคนมองว่าการกระทำดังกล่าวที่นำอาวุธปืนมาข่มขู่คนอื่นกลางถนนแบบนั้นไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งถึงแม้จะทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไรก็ตามแต่ก็ไม่ควรเอาอาวุธปืนออกมา อีกทั้งหลายคนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เพราะมีการพกปืนออกมาในที่สาธารณะซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว

และที่สำคัญทุกคนอยากรู้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่คนที่แอบอ้างเป็นตำรวจเท่านั้น ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดเชียงใหม่เองก็รีบทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งได้มีการนำทะเบียนรถไปเช็คข้อมูลเจ้าของรถ จนได้ความว่ารถดังกล่าวเป็นของ ด.ต. ธนกฤตชัย ซึ่งเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกตัว ด.ต. ธนกฤตชัย มาสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่ง ด.ต. ธนกฤตชัยได้ออกมายอมรับว่ามีปากเสียงกับรถรับจ้างคันสีแดงสี่ล้อจริง เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนี้เกิดขึ้นเพราะรถยนต์ของด.ต. ธนกฤตชัยขับตามหลังรถคันสีแดงมาแล้วพอมาถึงตรงถนนเลียบทางรถไฟ  รถคันสีแดงได้ขับมาเบียดรถของด.ต. ธนกฤตชัย ทำให้รถของ ด.ต. ธนกฤตชัย เกือบที่จะตกลงข้างทางจึงได้มีปากเสียงกันเกิดขึ้น

เนื่องจากขณะนั้นรถของด.ต. ธนกฤตชัย มีลูกและภรรยานั่งมาด้วยทำให้เขาโมโห เพราะเกรงว่าจะมีอันตรายกับลูกและภรรยาของเขาเองเพราะหลังจากนั้นรถคันสีแดงยังพยายามขับตามเบียดมาตลอดทำให้ ด.ต. ธนกฤตชัยต้องลงมาเคลียร์กับรถคันสีแดง ส่วนปืนที่นำลงมาด้วยนั้นเป็นเพียงแค่บีบีกันเท่านั้นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   แทงไก่ชนไทย

       อดีตนักกีฬาทีมชาติ หลายคนคงเคยรู้จักอดีตนักกีฬาทีมชาติไทยเป็นกีฬาอินไลน์สเก็ตซึ่งเขาเคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยนั่นก็คือเบนซ์สัญชัยมีรายงานข่าวเข้ามาว่าเมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ช่วงเวลาห้าโมงเย็น  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการสั่งการมาจากในอำเภอบางใหญ่จังหวัดนนทบุรีให้เข้าไปตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในอำเภอบางใหญ่

เนื่องจากมีการร้องเรียนมาจากชาวบ้านบริเวณนั้นว่าชายที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวมีพฤติกรรมขายกับว่าจะมีการค้าขายยาเสพติดหลังจากที่ได้รับคำสั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวมีจำนวน 2 ชั้นภายในบ้านนั้นมีผู้อยู่อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 3 คนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นแต่ทางเจ้าของบ้านกลับไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการค้นบ้าน

ซึ่งพวกเขาได้ทำการล็อคประตูทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ชะแลงมางัดบ้าน  แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าไปภายในบริเวณบ้านได้จึงได้มีการตรวจค้นภายในบริเวณบ้านซึ่งพบว่ามีเจ้าของบ้านชื่อว่านายสัญชัยเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในห้องน้ำของตัวบ้านชั้น 2 ซึ่งจากการตรวจสอบบัตรประชาชนพบว่านายสัญชัยนี้อดีตเคยเป็นนักกีฬาอินไลน์สเก็ตซึ่งเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยเคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาก่อนเลยหลังจากตรวจค้นบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบสารเสพติด

มีทั้งยาไอซ์และยาบ้าซึ่งนายสัญชัยกำลังทำลายหลักฐานด้วยการเททิ้งในโถชักโครกแต่ยังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมีการค้นอย่างละเอียดจึงพบสารเสพติดอย่างอื่นเพิ่มโดยมีทั้งยา K   และยาอี   แต่ยังมีกันชาอีกทั้งยังมีอาวุธปืนรวมถึงระเบิดถูกซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพักอีกด้วยซึ่งปืนที่มีการซ่อนเอาไว้นั้นมีหลายกระบอกด้วยกัน

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำรวบรวมของกลางทั้งหมดไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจเพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานในการมัดตัวนายสัญชัย และจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าคนที่อาศัยอยู่ในบ้านอีก 2 คนที่เหลือไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องของการค้ายาและการพกอาวุธปืนในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้มีการจับกุมตัวถ้ําเพียงจับกุมตัวนายสัญชัยคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติที่ผ่านมานายสัญชัยพึ่งถูกจับคดีข้อหาค้ายาเสพติดและเพิ่งปล่อยตัวออกมาเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วนี่เองซึ่งหลังจากที่นายสัญชัยได้ออกมาจากคุกนั้นก็กลับมาทำอาชีพเดิมอีกครั้งหนึ่งซึ่งได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านนำมาซึ่งการจับกุมในครั้งนี้

 

 

ขอบคุณ  ufabet   ที่ให้การสนับสนุน