ในจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานกันมาช้านานเกี่ยวกับ “ยักษ์คุ” หรือที่เรียกกันว่า “ยักษ์คุกเข่า” แห่งอำเภอชานุมาน ตำนานนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับยักษ์ผู้มีพลังอำนาจมาก

แต่กลับต้องคำสาปจนต้องอยู่ในท่าคุกเข่าตลอดไป เรื่องเล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวบ้านในพื้นที่  

 

ตำนานยักษ์คุ – ยักษ์คุกเข่า ตำนานเล่าว่าในอดีตอำเภอชานุมานเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่านและป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ในยุคนั้นมี “ยักษ์คุ” ซึ่งเป็นยักษ์ที่มีพลังอำนาจสูง อาศัยอยู่ในถ้ำใหญ่บนภูเขา ยักษ์ตนนี้มีนิสัยดุร้ายและชอบจับมนุษย์กินเป็นอาหาร ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว  

 

ยักษ์คุมีร่างกายใหญ่โต สูงตระหง่าน และมีเสียงหัวเราะที่กึกก้องไปทั่วทั้งป่า เมื่อใดที่มันออกจากถ้ำ ชาวบ้านจะต้องรีบหนีไปซ่อนตัว เพราะหากถูกจับตัวไป ก็จะไม่มีโอกาสรอดชีวิต  

 

วันหนึ่ง มีพระฤาษีผู้ทรงศีลเดินทางมาปักกลดอยู่ใกล้กับที่อยู่ของยักษ์คุ พระฤาษีเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์และปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เมื่อยักษ์คุพบกับพระฤาษี จึงเกิดความสงสัยและต้องการทดสอบพลังของพระฤาษี  

 

ยักษ์คุจึงท้าทายพระฤาษีให้ดวลพลังกัน พระฤาษีรู้ว่ายักษ์คุมีจิตใจหยาบกระด้างและเต็มไปด้วยความโลภและโทสะ จึงคิดหาวิธีที่จะสั่งสอนให้ยักษ์สำนึกผิด ท่านจึงใช้มนตราและอาคมในการสะกดให้ยักษ์คุคุกเข่าลง  

 

ทันใดนั้นเอง ร่างอันใหญ่โตของยักษ์คุก็ทรุดตัวลงและไม่สามารถยืนขึ้นได้อีก ยักษ์คุตกใจและร้องขอให้พระฤาษีปล่อยตนให้เป็นอิสระ แต่พระฤาษีกล่าวว่า การที่ยักษ์ต้องคุกเข่าตลอดไปเป็นผลจากกรรมที่ได้กระทำไว้กับมนุษย์ ยักษ์คุต้องใช้เวลาสำนึกผิดและเลิกการกระทำที่ชั่วร้าย  

 

หลังจากถูกพระฤาษีสะกดให้คุกเข่า ยักษ์คุไม่สามารถลุกขึ้นได้และต้องอยู่ในท่านั้นตลอดไป เมื่อเวลาผ่านไป มันค่อยๆ กลายเป็นหินก้อนใหญ่ รูปร่างคล้ายกับยักษ์ที่อยู่ในท่าคุกเข่า ปัจจุบัน หินก้อนนี้ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในอำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ และกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ  

ชาวบ้านเชื่อว่าภูเขาหินที่มีรูปร่างเหมือนยักษ์คุกเข่านี้เป็นร่างของยักษ์คุที่ถูกคำสาป และเป็นเครื่องเตือนใจว่าความชั่วร้ายย่อมได้รับผลกรรมตามที่กระทำไว้  

 

แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี แต่ตำนานของยักษ์คุยังคงเป็นเรื่องเล่าที่แพร่หลายและถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทุกปี ชาวบ้านในพื้นที่มักจะมีพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของยักษ์คุ โดยมีความเชื่อว่าหากทำพิธีบวงสรวงอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ครอบครัวมีความสงบสุขและปราศจากอุปสรรค  

 

นอกจากนี้ บริเวณหินที่เชื่อว่าเป็นร่างของยักษ์คุยังเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอชานุมาน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมามักจะมากราบไหว้และขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว 

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนเวียดนาม