อาการเสียวขา หรือเสียวต้นขาเป็นอาการที่หลายคนเคยประสบ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งความรู้สึกเหมือนเข็มแทง เบา ๆ คล้ายไฟฟ้าช็อต หรือเหมือนมีอะไรเคลื่อนผ่านใต้ผิวหนัง อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และอาจสัมพันธ์กับระบบประสาท กล้ามเนื้อ หรือระบบไหลเวียนโลหิต

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการเสียวขาและเสียวต้นขา
-
การกดทับของเส้นประสาท
– การกดทับเส้นประสาท เช่น sciatica หรือเส้นประสาทไซอาติคที่ถูกกดทับ อาจทำให้เกิดอาการเสียวที่ขาและต้นขา รวมถึงอาการปวดหรือชาได้ โดยปกติจะเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือกระดูกสันหลังเสื่อม
-
การไหลเวียนโลหิตที่ไม่ปกติ
– เมื่อเลือดไหลเวียนไม่ดี เช่นในกรณีของโรคหลอดเลือดส่วนปลาย อาจทำให้เกิดอาการเสียวขาโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในท่าที่จำกัดการไหลเวียนของเลือด
-
การนั่งหรือยืนในท่าเดิมนานเกินไป
– การนั่งขัดสมาธิ หรือการยืนในท่าเดิมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทหรือหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดอาการเสียวหรือชาชั่วคราว
-
โรคหรือภาวะทางระบบประสาท
– โรคปลายประสาทอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากโรคเบาหวาน การติดเชื้อ หรือการได้รับสารพิษ สามารถทำให้เกิดอาการเสียวขาได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
-
การอักเสบของเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อ
– การใช้งานกล้ามเนื้อหรืองานที่ต้องยกของหนักซ้ำ ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเสียวหรือปวดบริเวณขา
-
การขาดสารอาหารบางชนิด
– การขาดวิตามินบี เช่น วิตามินบี 1, บี 6 หรือบี 12 สามารถทำให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการเสียวหรือชาบริเวณขา

คำแนะนำสำหรับการดูแลตนเอง
– เปลี่ยนท่าทางบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าเดิมนานเกินไป หากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายทุก ๆ 30-60 นาที
– ออกกำลังกายเบา ๆ การยืดกล้ามเนื้อหรือออกกำลังกายเบา ๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และลดการกดทับเส้นประสาท
– ปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน เลือกเก้าอี้ที่รองรับหลังอย่างเหมาะสม และปรับระดับความสูงของโต๊ะให้เหมาะกับร่างกาย
– ปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น หากอาการเสียวขาหรือต้นขาเกิดขึ้นบ่อย หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ชา เจ็บ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
อาการเสียวขาและเสียวต้นขา อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การกดทับเส้นประสาท การไหลเวียนโลหิตผิดปกติ ไปจนถึงปัญหาด้านสารอาหารหรือโรคระบบประสาท การดูแลสุขภาพด้วยการปรับท่าทาง ออกกำลังกาย
และใส่ใจการรับประทานอาหารสามารถช่วยป้องกันอาการได้ หากอาการยังคงอยู่หรือมีความรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม
ผู้ให้การสนับสนุนโดย hoiana casino